แชร์โพสนี้

สหรัฐอเมริกาถูกลดระดับความเป็นประชาธิปไตยในปีที่ผ่านมา แต่ผลสำรวจนี้ไม่เกี่ยวกับโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งชนะเลือกตั้งเข้ามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45
 
หน่วยข่าวกรองนักเศรษฐศาสตร์ หรือ EIU เก็บข้อมูลเพื่อสรุปเป็นดัชนีประชาธิปไตย ของเกือบ 170 ประเทศทั่วโลกทุกปี ปรากฏว่า ปี 2016 สหรัฐฯ ถูกลดสถานะประเทศที่มีประชาธิปไตยเต็มใบ (full democracy) ระดับเดียวกับอังกฤษ และออสเตรเลีย ตกชั้นกลายเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยที่บกพร่อง (flawed democracy) เท่ากับอิตาลี ฝรั่งเศส คอสตาริก้า เป็นต้น ความหมายของประชาธิปไตยที่บกพร่องคือ ยังมีการเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม มีเสรีภาพพลเรือนขั้นพื้นฐาน แต่กำลังประสบปัญหาในการปกครองประเทศ และประชาชนมีส่วนร่วมต่ำ
 
รายงานระบุว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ทำให้เขาได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ จนสามารถเอาชนะเลือกตั้งมาได้  รายงานซึ่งอ้างผลศึกษาของ Pew research center ระบุว่า สหรัฐฯหวุดหวิดตกชั้นประเทศประชาธิปไตยเต็มใบมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งปี 2016 โดยมีคะแนนประชาธิปไตยต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับตั้งแต่เกิดเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ชาวอเมริกันก็เริ่มไม่ไว้วางใจพรรคการเมืองและผู้นำรัฐบาล, ส่วนใหญ่เบื่อหน่ายการก่อสงครามในต่างประเทศ, คดีอื้อฉาววอเตอร์เกต, วิกฤติการเงินปี 2008, การปิดหน่วยงานภาครัฐจากปัญหางบประมาณ และความไม่เท่าเทียมทางรายได้
 
ปัจจุบัน มีเพียง 19 ประเทศในการสำรวจที่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ หรือคิดเป็น 4.5 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก ส่วนประเทศที่มีประชาธิปไตยที่บกพร่องมี 57 ประเทศ หรือประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก ที่เหลือก็เป็นรัฐบาลแบบลูกผสม และเผด็จการ โดยประเทศที่มีคะแนนประชาธิปไตยมากที่สุดในโลกคือนอร์เวย์ ส่วนประเทศที่มีคะแนนต่ำสุดคือ เกาหลีเหนือ