GC ผนึกพันธมิตร จัด ‘GC Circular Living Symposium 2020 : Tomorrow Together’ ย้ำแนวคิด ศก.หมุนเวียนสู่การปฏิบัติจริง!

โพสโดย
Supakorn Maranet
วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
61 ครั้ง

แชร์โพสนี้

 

GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ผนึกกำลังพันธมิตร จัดงานประชุมระดับโลก GC Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together ชู Circular in Action จากแนวคิดสู่การปฏิบัติจริง  ตอบโจทย์การดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ  พลิกวิกฤตสู่โอกาสในการปฏิวัติการใช้ทรัพยากรโลกอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีขึ้น โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมเปิดงาน

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า  สำหรับ GC Circular Living Symposium 2020 ปีที่ 2 นี้ จะมุ่งเน้นจากแนวคิดสู่การปฏิบัติจริง (Circular in Action) นำแนวทาง GC Circular Living มาปรับใช้ตั้งแต่ในชีวิตประจำวัน จนถึงการดำเนินธุรกิจ ภายในงานนี้ผู้เข้าร่วมงานจะได้เรียนรู้จากผู้นำองค์กรและผู้ขับเคลื่อน Circular Economy หลากหลายวงการทั่วโลกกว่า 40 คน ทั้งด้านวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน การบริหารจัดการขยะอัจฉริยะ นวัตกรรมการรีไซเคิลและอัพไซเคิล การผสานทักษะของชุมชนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขยะ เรียนรู้แนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์สุดสร้างสรรค์ การใช้นวัตกรรมและความร่วมมือเพื่อต่อสู้กับ COVID-19 รวมถึงการเปลี่ยนไอเดียเป็นธุรกิจ ในรูปแบบ SMEs/Startups ทั้งหมดนี้เพื่อตอกย้ำว่า Circular Living คือ แพลตฟอร์มที่สามารถตอบทุกโจทย์ และสามารถสร้างสมดุลเพื่อความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยจุดประกายความคิดในการดำเนินธุรกิจแบบหมุนเวียน GC เชื่อมั่นว่า ด้วยความร่วมมือของทุกคน จะเป็นแรงกระเพื่อมให้การนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนนี้ขยายผลออกไปสู่การปฏิบัติได้มากขึ้น

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่า GC Circular Living Symposium 2020 จะช่วยพลิกโฉมอนาคต สร้างแรงผลักดันให้ทุกคนร่วมมือกันด้วยจิตสำนึกและความรับผิดชอบ  พร้อมนำแนวทาง GC Circular Living ไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตประจำวัน ในแบบ Circular in Action และ สร้างสรรค์วัฒนธรรมหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ เริ่มกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อเราทุกคนจะได้สร้าง วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” ร่วมกัน” ดร.คงกระพัน กล่าว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา GC ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักความยั่งยืน ด้วยการสร้างสมดุล ระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ในองค์กร ภายใต้แนวคิด GC Circular Living ซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญที่เข้ามาช่วยให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการหลักปฏิบัติเข้าสู่ทุกกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ พร้อมจัดทำโครงการต่างๆ ที่มุ่งเน้นให้เกิดการปฏิบัติได้จริง สร้างความร่วมมือและต่อยอดขยายผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยมี 3 องค์ประกอบ คือ 1. Smart Operating การนำเทคโนโลยีแบบใหม่มาพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต ใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด 2. Responsible Caring การคิดค้น พัฒนา และออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการนำขยะพลาสติกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมต่าง 3. Loop Connecting การสร้างและขยายความร่วมมือร่วมกับทุกภาคส่วน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อขยายผลสำเร็จและเชื่อมต่อธุรกิจให้ครบวงจร

ทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ ต้องมี 4 ปัจจัยที่นำพาไปสู่ความสำเร็จ ได้แก่ 1. Thought Leader ผู้นำความคิด นวัตกรรมและนักธุรกิจจากทั่วโลกมาร่วมแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ในการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปใช้เพื่อขับเคลื่อนโลกร่วมกัน  2. Innovation นวัตกรรมจะช่วยสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มีสินค้าที่ผลิตด้วยแนวคิด Circular Economy ออกมาได้จริง 3. Business Model การออกแบบธุรกิจให้เกิดขึ้นจริง และสามารถพึ่งพาตนเองได้  4. Ecosystem การสร้างระบบนิเวศเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนสามารถอยู่ร่วมกันได้ ซึ่ง GC ได้นำทั้ง 4 ปัจจัยที่ได้กล่าวมา มารวมไว้ภายในงาน GC Circular Living Symposium 2020 นี้แล้ว

นอกจากนี้ GC ยังได้ร่วมกับ Miniwiz จากไต้หวัน ผู้นำระดับโลกด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่ม จัดกิจกรรม “Trashpresso | Funtastic Upcycling Plastics พร้อมสนุกกับเครื่องแทรชเพรสโซ-อัพไซคลิงขยะพลาสติก” เปิดประสบการณ์อัพไซเคิลพลาสติกใช้แล้วด้วยนวัตกรรมสุดล้ำแบบแทรชเพรสโซโดยการนำพลาสติกใช้แล้ว ทั้งประเภท PE, HDPE, PP และ PS เข้าสู่กระบวนการอัพไซคลิงของเครื่องแทรชเพรสโซ เมื่อเสร็จแล้วจะได้เป็นแผ่นพลาสติกอัพไซเคิลที่มีเอกลักษณ์และสามารถนำไปใช้ในงานออกแบบตกแต่งทั้งภายในและภายนอกได้ อาทิ กระถางปลูกต้นไม้ขนาดเล็ก กล่องใส่ของเอนกประสงค์ เป็นต้น ซึ่ง GC ได้รับการสนับสนุนฝาขวด HDPE จำนวน 100,000 ฝา จากพันธมิตร คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ เครือข่าย U ปรับ โลกเปลี่ยน มาใช้ในกิจกรรมเปิดประสบการณ์นี้ด้วย

พระมหาประนอม ธมฺมาลงฺกาโร เจ้าอาวาส วัดจากแดง (ชุมชนบางกระเจ้า)  กล่าวว่า ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีที่เกิดขึ้นมี Connection มากมายทั่วโลก เพราะถ้าทำคนเดียวก็สำเร็จยาก ทุกคนมองขยะเป็นขยะ แต่ส่วนตัวเปลี่ยนมุมมองขยะ คือวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ขยะคือวัตถุทานถ้าทำสะอาดแล้วเอาไปทำบุญได้ ซึ่งการมองสิ่งไร้ค่าให้มีคุณค่า และถ้ามีคุณค่าอยู่แล้วก็เพิ่มมูลค่าขึ้นไปอีก ดังนั้นการเปลี่ยนความคิดเป็นเรื่องที่สำคัญ

ทางวัดได้มีแนวความคิดที่จะทำจีวรจากเส้นใยขวดพลาสติก ซึ่ง GC ได้เข้ามาช่วยทำให้กลายเป็นรูปเป็นร่างสำเร็จขึ้นมาได้ พลาสติกที่แยกเป็นขวดพลาสติก PET ชนิดใสจะนำมาผ่านกระบวนการ Upcycling ใส่นวัตกรรมและแปรรูปเป็นเส้นใยรีไซเคิล แล้วจึงถักทอผสมผสานกับเส้นใย Polyester Rayon เส้นใยฝ้าย และเส้นใย โพลีเอสเตอร์ ซิงค์ แอนตี้แบคทีเรีย (Polyester Zinc Antibacterial) ที่สามารถป้องกันแบคทีเรีย ลดกลิ่นอับ มีความนุ่ม โปร่งสบายเหมาะสมกับสภาพอากาศในไทย

“ผลตอบรับที่เห็นได้อย่างทันตาคือ เมื่อญาติโยมทราบว่าขวดพลาสติกเอาไปทำเป็นจีวรได้ ก็มีการส่งมาให้ที่วัดจากทุกจังหวัดทั่วประเทศผ่านทางไปรษณีย์บ้าง ขนส่งเอกชนบ้าง นอกจากนั้นยังมีบางคนเอาขวดใส่รถ ขับมาส่งให้เองที่วัดก็มี ดังนั้นการลดขยะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องเริ่มจากตัวเรา” พระมหาประนอม กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน Orgafeed STARTUP ผู้ผลิตขนมสัตว์จาก FOOD-WASTE และโปรตีนจากแมลง กล่าวว่า เรามองว่าสัตว์เลี้ยงก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้ ประกอบกับทางทีมได้ทำฟาร์มแมลงอยู่แล้ว เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงทางด้านอาหาร และปัญหาเศษขยะอินทรีย์ที่เหลือทิ้ง จากการผลิตและบริโภคอาหาร อาทิ ผัก ผลไม้ที่มาจากโรงงานเตรียมอาหาร ซึ่งที่ไทยจะมีเยอะมากส่วนใหญ่จะถูกนำไปทิ้ง แต่แทนที่ทิ้งก็นำขยะอาหารเหล่านี้มาเปลี่ยนเป็นอาหารให้กับแมลงในฟาร์มเลี้ยง ก่อนจะถูกแปรรูปให้กลายเป็นแหล่งโปรตีน ซึ่งทางทีมได้มีการใช้มาเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารสุนัข ที่สำคัญแมลงนั้นนับเป็นแหล่งโปรตีนที่มีสิทธิภาพมากกว่าโปรตีนอื่นๆ ที่นิยม อีกทั้งยังลดปัญหาการจัดการขยะที่ไม่ถูกวิธี ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในอนาคตได้มีการวางแผนต่อยอดพัฒนา ทั้งที่เป็น Food และ Non-Food ในส่วนของไลฟ์สไตล์โปรดักซ์ และแน่นอนว่าจะเป็นคอนเซปเดียวกันในเรื่องของการอัพไซเคิล เอาสิ่งที่บางคนอาจจะมองว่าเป็นขยะมาสร้างประโยชน์ เช่นเศษยาง เศษผ้าที่เหลือใช้ มาเป็นโปรดักซ์สำหรับสัตว์เลี้ยงได้

ขณะที่ คุณชิดชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าที่ระลึก สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า ทางสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ร่วมงานกับ GC มาใกล้ขวบปีแล้ว สำหรับการทำโปรเจกต์ต่างๆ ในเชิงของ Circular Living โดยจุดเริ่มต้นมาจากที่เสื้อกีฬาที่ทำมาจากพลาสติก ทางสโมสรได้ทำเสื้อขายมาในทุกๆ ปี และทำในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะ ประกอบกับพอเห็นขยะที่เกิดขึ้นจากแพ็กเกจต่างๆ จึงทำให้เกิดตระหนักได้ถึงสิ่งที่เราต้องทำ เพื่อให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปเป็นแบบหมุนเวียนควบคู่กับสโมสรอย่างมีคุณค่า

โดยหลักๆ ที่นำแนวคิด Circular Living  มาใช้มีหลายอย่างด้วยกัน อาทิ เสื้อกีฬา หรือสินค้าที่ระลึกต่างๆ เราจะใช้การผลิตที่มาจากการรีไซเคิลพลาสติกแทน นอกจากนี้ได้มีการนำเอาป้ายไวนิลต่างๆ ที่เคยใช้โปรโมท กลับมาทำเป็นถุงที่ใช้แทนถุงพลาสติกด้วย ซึ่งสิ่งที่ตามมานอกจากนี้คือขยะที่เกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลแต่ละครั้งลดน้อยลง ประกอบกับที่เราเก็บทุกอย่างแล้วมาคัดแยก โดยเฉพาะพวกพสาติกที่เราสามารถใช้ได้ก็จะส่งโรงงานเพื่อเอาไว้ใช้ทำผลิตภัณฑ์ของสโมสรต่อๆ ไป

คุณชิดชนก กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าอะไรที่มาจากรีไซเคิล ไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าเป็นของที่ถูกนำไปใช้แล้วก็ได้  ดังนั้นผลตอบรับไม่ได้ต่างไปจากเสื้อบอลในทุกๆ ปี เพราะเราทำให้มันใหม่ ให้มันมีชีวตใหม่ “พลาสติกไม่ใช่ตัวร้าย แต่มันอยู่ที่เราจะตีค่าว่ามันใช้ได้ครั้งเดียวหรือหลายครั้ง…ดังนั้นคนรุ่นใหม่อยากให้ช่วยรักษาบ้าน ไม่ต้องพูดถึงรุ่นพ่อแม่เขาอาจจะอยู่ไม่ทัน แต่ว่าบ้านในอนาคตของคนรุ่นใหม่..ถ้าเราไม่รักษาวันนี้ วันหน้าก็จะไม่มีให้อยู่แล้วนะ”

นอกจากนี้ภายในงานยังมี คุณธนภพ ลีรัตนขจร (ต่อ) New Circular Iconic Guy: Make a Change for Chance กล่าวว่า แรงบันดาลใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อม จริงๆ ได้จากตัวเราเองเพราะมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนประกอบของกันและกันอย่างแยกไม่ออก แต่เราอาจไม่รู้ สึกเราจึงไม่แคร์ ไม่ถนอมโลก ทำให้ที่ผ่านมาเราใช้โลกหนักเหลือเกิน ถึงเวลาหรือยังที่เราจะสร้างการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดจากตัวเราในแบบของเรา เพื่อรวมกันทำให้โลกนี้ดีกว่าเดิม ซึ่งอีกไม่นานจะมีโปรเจกต์เกี่ยวธรรมชาติออกมา

เริ่มจากตั้งแต่ช่วงโควิด-19 เกิดขึ้นมา เพราะถือเป็นช่วงที่ได้ใช้เวลาเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยรู้ แล้วมันก็เริ่มเข้ามาทางฝั่งธรรมชาติเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้ตัว และในช่วงวิกฤติ โควิด-19 พลาสติกแทบจะเป็นพระเอกแห่งยุค New Normal เพราะพลาสติกช่วยทั้ง ป้องกัน ลดการสัมผัส อุปกรณ์ทางการแพทย์หลายๆ อย่างก็ทำาจากพลาสติก ถ้าไม่มีพลาสติกสถานการณ์อาจแย่ไปกว่านี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องจัดการให้ดี คือการจัดการพลาสติกหลังการใช้ข้อนี้สำคัญมาก เราอย่าทำให้สิ่งที่ไม่มีชีวิตกลายเป็นผู้ร้าย

คุณธนภพ  ยังกล่าวอีกว่า การใช้ทรัพยากรหมุนเวียนไม่เพียงช่วยสอนให้คนคิดก่อนทิ้งพลาสติกหรือขยะประเภทอื่นๆ แต่จะสอนตั้งแต่ “คิดก่อนใช้” คือใช้อย่างไรให้คุ้มค่า เช่น ควรใช้ Bioplastics แทนพลาสติกแบบ Single Use เพราะสลายตัวได้ง่าย ใช้ถุงพลาสติกซ้ำหลายๆ ครั้ง เป็นต้น และเมื่อใช้แล้วต้อง “แยกก่อนทิ้ง” เพื่อให้คนที่ดูแล นำไปจัดการอย่างถูกต้อง คือ นำกลับมาเข้าระบบผลิตเป็นสิ่งของให้เราได้ใช้ใหม่หมุนเวียนครบ Loop โดยไม่ต้องดึงทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อีก

ส่วนตัวพยายามเปลี่ยนในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ของอย่างคุ้มค่า ใช้ให้ยาวนานมากขึ้น ไม่ใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง / ใช้ของที่รีไซเคิล-อัพไซเคิล / ทิ้งขยะให้ลงถังเพื่อไม่ให้ขยะไหลไปลงคลองลงทะเล นอกจากนี้เวลาไปถ่ายละครในกองถ่ายก็จะใช้กระบอกน้ำส่วนตัวเป็นประจำ ซึ่ง 80 เปอร์เซ็นของนักแสดงจะมีกัน ซึ่งเพียงแค่นี้ก็ช่วยได้แล้ว

“อยากเชิญชวนคนรุ่นใหม่ให้หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติมากขึ้น และมันไม่ใช่เรื่องน่าอาย และมั่นใจว่าคนที่อยู่รุ่นเดียวกับผมตอนนี้คงไม่ต้องพูดเยอะเชื่อว่าคุณเข้าใจ ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา สุดท้ายแล้วอยากฝากเป็นคำถามว่าเรามาทำพร้อมกันไหม อยากให้ทุคนช่วยกันเพราะมันเกิดขึ้นสำเร็จไม่ได้เพราะคนๆ เดียว เราต้องทำด้วยกัน”

‘GC  Circular Living Symposium 2020 : Tomorrow Together ‘ ในปีนี้ มุ่งเน้นจากแนวคิดสู่การปฏิบัติจริง (Circular in Action) นำแนวทาง GC Circular Living มาปรับใช้ตั้งแต่ในชีวิตประจำวันจนถึงการดำเนินธุรกิจเพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ทุกไอเดีย ทุกเทคนิค และทุกผลสำเร็จ ต่อยอดพร้อมขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อโลกที่ดีขึ้นต่อไปในอนาคต  ท่านผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่  

Live Streaming  : “GC Circular Symposium 2020: Tomorrow Together” 

https://www.facebook.com/612473492126842/videos/370575574153398