ช้างศึกโต๊ะเล็ก อัดออสซี่สุดมัน 5-3 ซิวแชมป์ฟุตซอลอาเซียนสมัย 11

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
14,829 ครั้ง

แชร์โพสนี้

การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ “AFF Futsal Championship 2015” ที่สนามฟุตซอลบางกอก อารีน่า หนองจอก เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบชิงอันดับ 3 และรอบชิงชนะเลิศ

 

                โดยคู่แรกเป็นการชิงอันดับ 3 ระหว่าง มาเลเซีย ที่พ่ายออสเตรเลียในรอบรองชนะเลิศมา 2-6 พบกับ เวียดนาม ที่แพ้ทีมชาติไทยมาในรอบรองฯ 0-6 ปรากฎว่า มาเลเซีย ที่เป็นรองเรื่องอันดับโลก แต่ได้แรงฮึดจากเสียงเชียร์ของแฟนฟุตซอลชาวไทย ที่ส่งเสียงเชียร์มาเลเซียกันทั้งฮอลล์ ช่วยกันเล่นจนเฉือนชนะเวียดนามไปอย่างสุดมัน 6-5 ซึ่งมาได้ประตูชัยในช่วงก่อนหมดเวลาการแข่งขันเพียง 1 นาทีเศษเท่านั้น ทำให้มาเลเซีย คว้าอันดับ 3 ไปครอง

 

                เกมนี้ วิคเตอร์ เฮอร์มันส์ กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย ยึดผู้เล่น 5 คนแรกเป็นชุดเดียวกับในรอบรองชนะเลิศที่เอาชนะเวียดนามมา 6-0 นำโดยผู้รักษาประตู คณิศร ภู่พันธ์ ตัวรับใช้งาน ปิยพันธ์ รัตนะ โดยมี “กัปตันช้าง” กฤษฎา วงศ์แก้ว กับ ก้องหล้า เหล็กกล้า และใช้ “อาร์ม” ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ยืนเป็นศูนย์หน้า  

 

                รูปเกมในครึ่งเวลาแรกเป็นไปอย่างสูสี เป็นทีมชาติไทยที่มีโอกาสทำประตูได้มากกว่า แต่การจบสกอร์ยังไม่เฉียบคม ซึ่งผู้เล่นของออสเตรเลียมาตั้งรับกันได้อย่างยอดเยี่ยม และมีโอกาสจากจังหวะโต้กลับหลายครั้ง แต่ก็ทำอะไรกันไม่ได้ หมดเวลาการแข่งขันในครึ่งเวลาแรก ไทย เสมอ ออสเตรเลีย 0-0

 

                เริ่มครึ่งเวลาหลังทีมชาติไทยยังเป็นฝ่ายทำเกมบุกใส่ออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสทำประตูหลายครั้ง แต่ผู้รักษาประตูของออสเตรเลีย ยังโชว์ซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ตลอด

 

                นาทีที่ 25 ทีมชาติไทย ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้สำเร็จ จากลูกเตะมุมที่กฤษฎา วงศ์แก้ว ไหลบอลมาให้ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ยิงเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินมองว่านักเตะไทยไปทำฟาวล์ผู้เล่นออสเตรเลียเสียก่อน จึงไม่ให้เป็นประตู ไทยพลาดขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย

 

                ถึงแม้ทีมชาติไทยจะเป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายออสเตรเลีย เป็นฝ่ายมาได้ประตูนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 27 จากจังหวะโต้กลับเร็ว และเป็นจาร์ร็อด บาสเจอร์ ยิงเข้าไป

 

                แต่ทีมชาติไทยไม่ยอมแพ้ ใช้เวลาเพียงแค่ 1 นาทีเศษ มาทำ 2 ประตูรวดแซงขึ้นนำ 2-1 โดยลูกแรกเป็นจังหวะลูกเตะจากด้านข้าง และเป็นกฤษฎา วงศ์แก้ว แปด้วยซ้ายโล่งๆเข้าประตูไป ตีเสมอ 1-1 ส่วนลูกขึ้นนำ 2-1 จากการตัดบอลได้กลางสนาม และเป็นวรุฒ หวังสะมะแอล ริมเส้นตัวจี๊ดที่ลงมาเป็นตัวสำรอง จ่ายบอลงามๆมาให้กฤษฎา วงศ์แก้ว ยิงเข้าไปไม่เหลือ

 

                หลังได้ 2 ประตูรวด แซงขึ้นนำ 2-1 ทีมชาติไทย ยังเดินเกมบุกต่อเนื่อง จนในนาทีที่ 34 มาได้ประตูนำห่างเป็น 3-1 จากการหลุดเข้าไปยิงของ สรศักดิ์ พูนจังหรีด แต่ ออสเตรเลีย ไม่ยอมแพ้ มาทำประตูไล่มาเป็น 2-3 จากการยิงของโจนาธาน บาร์เรียนโตส ในนาทีที่ 36               

 

                อย่างไรก็ตาม หลังจากเสียประตูเพียงไม่นาน ไทย ก็มาขยับหนีห่างออกไปเป็น 4-2 ในนาทีที่ 37 จากจังหวะที่วรุฒ หวังสะมะแอล ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากบอลขึ้นมาจากแดนตัวเอง ก่อนทำชิ่งกับกฤษฎา วงศ์แก้ว และเป็นวรุฒ ที่แปด้วยซ้ายเข้าไปไม่เหลือ แต่ออสเตรเลีย ก็ยังไม่ยอมแพ้ มาทำประตูตีตื้นเป็น 3-4 จากการยิงของ โฟกาตี้ ในนาทีที่ 39

 

                แต่สุดท้ายทีมชาติไทย ก็มาได้ประตูปิดฝาโลงในช่วง 10 วินาทีก่อนหมดเวลา จากจังหวะโต้กลับเร็ว โดยออสเตรเลียใช้แผนเพาเวอร์เพลย์ แต่โดนไทยตัดได้จากกลางสนาม และเป็นกฤษฎา วงศ์แก้ว ที่รับบอลจากเพื่อน แปโล่งๆเข้าประตูไป เป็นประตูที่ 3 ของตัวเองในเกมนี้ และช่วยให้ทีมชาติไทยขึ้นนำ 5-3 ก่อนจบลงด้วยผลสกอร์นี้ จบเกม ไทย ชนะ ออสเตรเลีย 5-3

 

                ทำให้ทีมชาติไทย คว้าแชมป์ฟุตซอลอาเซียน สมัยที่ 11 มาครองได้สำเร็จ จากการจัดแข่งขันทั้งหมด 12 ครั้ง โดย 1 ครั้งที่พลาดไปเนื่องจากทีมชาติไทยไม่ได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน   

 

                หลังเกม “เสี่ยเปี๊ยก” สมศักดิ์ ศิริธรรม ผู้จัดการทีมชาติไทย เผยว่า จากการคว้าแชมป์ครั้งนี้ นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย มอบเงินอัดฉีดให้ 5 แสนบาท ส่วนตนนั้นยืนยันว่ายังจะทำทีมต่อไป โดยเป้าหมายต่อไปคือการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ที่อุซเบกิสถาน ปี 2016 ซึ่งจะมีการเสริมผู้เล่นที่แข็งแกร่งมากกว่านี้เข้ามาในทีมชาติไทย