เจาะสนามลูกหนังโลก : “จิ้งจอกสยาม” ไปได้ไกลมากกว่าหนีตาย

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
5,971 ครั้ง

แชร์โพสนี้

ผลงานของทีม “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้ พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือในทันทีทันใด ด้วยน้ำมือของกุนซือมากประสบการณ์ที่ชื่อ “เคลาดิโอ รานิเอรี่”

 

                ก่อนเปิดฤดูกาล เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมที่มีเจ้าของเป็นคนไทย มีการปรับเปลี่ยนทีมจากฤดูกาลก่อนพอสมควร หลักๆก็คือผู้จัดการทีม จากไนเจล เพียร์สัน มาเป็น เคลาดิโอ รานิเอรี่

                ทำไมถึงต้องเปลี่ยนกุนซือ ?

                ไนเจล เพียร์สัน ไม่ใช่ว่าไม่เก่ง หรือไร้ความสามารถ เขาเป็นกุนซือสัญญาชาติอังกฤษที่ได้รับการยกย่องพอสมควร เพียงแต่ เขาอาจจะยังดีไม่พอสำหรับคุมเลสเตอร์ ซิตี้

                การพาทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้ ถือเป็นผลสำเร็จของเพียร์สันก็จริง แต่เลสเตอร์ต้องการมากกว่านั้น ตามที่ท่านประธานสโมสร เคยประกาศเอาไว้ตอนพาลูกทีมาแถลงข่าวที่ไทย คือต้องการพาเลสเตอร์กลายเป็นทีมหัวแถว หรืออย่างน้อยติด Top10 ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้ได้ ไม่ใช่แค่เพียงเล่นเพื่อหนีตกชั้นไปในทุกๆปี

                เพราะฉะนั้น เลสเตอร์ ซิตี้ จึงพิจารณาดึงตัวผู้จัดการทีมมากประสบการณ์ ที่กำลังว่างงานพอดี อย่าง เคลาดิโอ รานิเอรี เข้ามากุมบังเหียน

                รานิเอรี มีประสบการณ์ในเวทีพรีเมียร์ลีกมาแล้ว กับ “สิงห์บลูส์” เชลซี เมื่อฤดูกาล 2000-2004 แต่ต้องถือว่าล้มเหลว เพราะไม่ได้พาทีมประสบความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันเลยแม้แต่น้อย

                อย่างไรก็ตาม รานิเอรี ล้วนแล้วแต่เคยคุมทีมใหญ่ๆของยุโรปมาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นนาโปลี, ฟิออเรนติน่า, บาเลนเซีย, แอตเลติโก มาดริด, ยูเวนตุส, โรม่า, อินเตอร์ มิลาน, โมนาโก ซึ่งผลงานก็ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควรเลยทีเดียว

                คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา จึงไม่รอช้า ดึงตัว “รานิเอรี” มานั่งแท่นกุนซือใหญ่ทันที เพราะดูแล้วว่า เขานี่แหละที่จะมาพาเลสเตอร์ ซิตี้ จบ Top 10 ของพรีเมียร์ลีกให้ได้อย่างน้อยในฤดูกาลนี้

                แต่เมื่อเริ่มต้นฤดูกาล เลสเตอร์ ซิตี้ ก็ทำผลงานได้อย่างผิดคาดจริงๆ พวกเขาออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม เวลานี้พวกเขารั้งอันดับ 5 ของตาราง มี 15 แต้ม จาก 8 นัด ตามหลังจ่าฝูง “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ เพียง 3 คะแนน

                จริงๆจะบอกว่ามันเป็นเพียงแค่ช่วงจังหวะฟุตบอลเท่านั้น เพราะเดี๋ยวอย่างไร ทีมระดับกลางตารางค่อนไปทางท้ายที่มักจะขึ้นมาอยู่หัวตารางในช่วงแรกๆ มักจะมีอันดับร่วงลงไปเสมอ แต่ดูทรงของเลสเตอร์แล้ว ไม่น่าจะใช่แบบนั้น

                สไตล์ฟุตบอลของเคลาดิโอ รานิเอรี ช่างพอเหมาะพอเจาะกับเลสเตอร์ จริงๆ ฟุตบอลสไตล์เอ็นเตอร์เทนแฟนบอล เปิดหน้าแลกกับคู่ต่อสู้ ตายเป็นตาย ใช้ได้ผลกับเลสเตอร์เกือบทุกนัดตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา

                ที่สำคัญ กองหน้าตัวเก่ง อย่าง เจมส์ วาร์ดี้ ก็มาท็อปฟอร์มพอดี ซัดไปแล้ว 7 ประตู นำเดี่ยวเป็นดาวซัลโวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอยู่ในเวลานี้ ไหนจะฟอร์มสุดฮ็อตของ ริยาด มาห์เรซ ปีกตัวเก่งทีมชาติแอลจีเรีย ที่ระเบิดฟอร์มได้เปรี้ยงปร้างเช่นเดียวกับ เจมส์ วาร์ดี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เลสเตอร์ มีผลงานที่ดีอยู่ในเวลานี้

                จะมีอยู่ไม่กี่ปัจจัยที่จะทำให้เลสเตอร์ ผลงานตกลงไป เช่น 2 แข้งท็อปฟอร์ม อย่าง เจมส์ วาร์ดี้ กับ ริยาด มาห์เรซ  นัดกันฟอร์มตกพอดี หรือแท็คติกของ รานิเอรี โดนจับทางได้ ซึ่งมันก็เป็นไปได้อยู่แล้วในเกมฟุตบอลยุคปัจจุบัน

                แต่ดูแล้ว เลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้ เป็นทีมที่ไม่ธรรมดาจริงๆ จากที่ลุ้นเพียง Top 10 อาจจะมีลุ้นถึงการจบอันดับได้ไปเล่นฟุตบอลยูโรป้าลีก ในฤดูกาลหน้าเลยก็ได้ เพราะตอนนี้คู่แข่งอย่าง เซาธ์แฮมป์ตัน ก็ดันฟอร์มตกไปดื้อๆในปีนี้

 

                อนาคตของ “จิ้งจอกสยาม” จะเป็นอย่างไรก็มิอาจทราบได้ แต่ที่แน่ๆ สไตล์ฟุตบอลของพวกเขา ได้ใจคอบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จริงๆ !!!

 

 

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก : Leicester City Football Club