“ทรูวิชั่นส์” ทุ่มกว่า 4,200ล้าน ต่อสัญญาลิขสิทธิ์ไทยพรีเมียร์ลีกอีก 4 ปี

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
1,192 ครั้ง

แชร์โพสนี้

เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลา 14.00 น. ที่ห้องปาริชาติ โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน มีการจัดงานแถลงข่าว และพิธีลงนามสัญญา การถ่ายทอดสด การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก ประจำปี 2560 – 2563 ของทรูวิชั่นส์ โดยมี นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน),Sir David Gerald Richards ประธานบริษัท Kynsman LTD และอดีตประธาน The FA Premier Leagueและนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัดร่วมกันแถลงข่าว

 

มาแรง แซงทุกกระแส และเนื้อหอมสุดๆ นาทีนี้คงต้องยกให้กับฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ที่ได้รับความสนใจจากหลายบริษัทที่หมายปองที่จะคว้าลิขสิทธิ์ดูแลการถ่ายทอดสดฟุตบอลรายการนี้เนื่องจากธุรกิจลูกหนังไทยกำลังเฟื่องฟูสามารถต่อยอดกำไรได้มหาศาล อีกทั้งในด้านของกระแสการตอบรับ แรงศรัทธาของแฟนบอลก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกันนี้ การแข่งขันในแต่ละฤดูกาลก็ล้วนก่อเกิดปรากฏการณ์ใหม่ๆ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ท้องถิ่นนิยม จากการติดตามชมและเชียร์ทีมในท้องถิ่นของตนเอง การพัฒนาสู่ความเป็นมืออาชีพของนักเตะและทีมสโมสร มีการนำระบบบริหารทีมเข้ามาใช้ และให้ความสำคัญกับการตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งบรรยากาศแบบนี้เป็นก้าวย่างที่ดีของฟุตบอลไทย

 

ซึ่งจะทำให้แต่ละทีมในไทยพรีเมียร์ลีก รวมถึงทุกทีมสโมสรในลีกอาชีพอื่นๆได้รับเงินตอบแทนจากการขายลิขสิทธิ์(TV RIGHT) ที่เพิ่มสูงขึ้นตามค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด โดยจะมอบให้กับทีมสโมสรต่างๆ เป็น 3 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงก่อนเปิดฤดูกาล เพื่อให้ทีมสโมสรใช้ในการเตรียมทีม ส่วนที่เหลือจะมอบให้ในช่วงหลังจบเลกแรก และหลังจบเลกสอง 

 

สำหรับการถ่ายทอดสด การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ประจำปี2560 – 2563 นั้น บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ปจำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์เดิมยินดีจ่ายค่าลิขสิทธิ์ทั้งสิ้นเป็นจำนวน 4,200 ล้านบาท ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลรวม4 รายการ คือ การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก, การแข่งขันฟุตบอลยามาฮ่า ลีกวัน, การแข่งขันฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ และการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ

 

นายศุภชัย  เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ทรูวิชั่นส์ ผู้นำการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาทั้งใน และต่างประเทศรวมทั้งฟุตบอลไทยที่กำลังได้รับความนิยม และเป็นผู้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพอันดับ 1 ของประเทศ โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล2557-2559 ล่าสุดเอาใจคอบอลอีกครั้งด้วยการต่อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลไทย 4 รายการหลัก ต่อเนื่อง 4 ฤดูกาลตั้งแต่ 2560-2563 นำโดย “โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก” ครบทั้ง306 แมตช์ “ยามาฮ่า ลีกวัน” ครบทั้ง 306แมตช์, “โตโยต้า ลีกคัพ” ครบ 114 แมตช์และ “ช้าง เอฟเอคัพ” ครบ 85 แมตช์ โดยมุ่งหวังว่าการถ่ายทอดสดจะช่วยส่งเสริมวงการฟุตบอลไทย เป็นประโยชน์ต่อเยาวชนให้หันมาสนใจกีฬามากขึ้น รวมทั้งมีส่วนช่วยเป็นกำลังผลักดันให้สโมสรต่างๆ และฟุตบอลไทยก้าวไปข้างหน้านอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับวงการกีฬาไทยอื่นๆ เช่นกัน โดยจะพยายามถ่ายทอดสดทุกรายการที่มีนักกีฬาไทยเข้าแข่งขัน เพื่อให้แฟนกีฬาไทยได้มีโอกาสชม และให้กำลังใจนักกีฬาที่ชื่นชอบ ทั้งแบดมินตัน, วอลเลย์บอล, สนุกเกอร์ และกอล์ฟ  ทั้งหมดนี้มาจากความตั้งใจจริงของทรูวิชั่นส์ในการส่งเสริม และยกระดับมาตรฐานวงการกีฬาไทยให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น