“สุชาติ” รมว.แรงงาน มอบนโยบาย สปส. เปิดแผนย้ำภารกิจ 7 ข้อ เน้นการขับเคลื่อนงานเพื่อช่วยเหลือลูกจ้าง ผู้ประกันตน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
34 ครั้ง

แชร์โพสนี้

           เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ณ ห้องประชุมอำพล สิงหโกวินท์ ชั้น 6 อาคารอำนวยการ สำนักงานประกันสังคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มาประชุมตรวจเยี่ยม พร้อมมอบนโยบาย และแนวทางการปฏิบัติราชการ ให้กับผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วย นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน นางสาวอำพันธ์ ธุววิทย์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี โดยมี นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ให้การต้อนรับ

          นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญกับหน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนและทุกระดับสังคม ได้ใช้ความรู้ความสามารถ มาทำงานร่วมกัน เพื่อก้าวผ่านวิกฤตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามแนวทาง “รวมไทยสร้างชาติ” บูรณาการทำงานร่วมกันและมุ่งเน้นทำงานเชิงรุก เพื่อให้การทำงานเป็น ไปในทิศทางเดียวกัน โดยยึดกฎหมายและข้อบังคับ เพื่อแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนได้ตรงจุด ทันท่วงที ซึ่งในวันนี้ ถือเป็นโอกาสอันดี ที่ตนได้มีโอกาสมาประชุมพร้อมตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงานให้กับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยกันขับเคลื่อนให้แรงงานนอกระบบหรือแรงงานภาคอิสระ ซึ่งเป็นกำลังแรงงานส่วนใหญ่ของประเทศให้เข้าถึงระบบประกันสังคม เพื่อสร้างความเป็นธรรมและเท่าเทียมแก่แรงงานทุกภาคส่วน รวมถึงการปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับบริการที่ดีมีมาตรฐาน เพื่อยกระดับการให้บริการเชิงรุก ให้ความช่วยเหลือลูกจ้าง ผู้ประกันตนอย่างทันท่วงทีและมีจิตบริการที่ดี ส่งเสริมการให้บริการภาครัฐไปสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และสร้างเครือข่ายประกันสังคมทั่วประเทศ ในการให้บริการกับนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตนมากยิ่งขึ้น

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ในวันนี้ ตนได้เน้นย้ำ การดำเนินงานในประเด็นสำคัญ ดังนี้

  1. การให้ความช่วยเหลือและการให้บริการเข้าถึงลูกจ้าง ผู้ประกันตนอย่างทันท่วงที กรณีเกิดอุบัติเหตุหรือภัยภิบัติ ขอให้สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ จังหวัด สาขา ลงพื้นที่โดยด่วน ติดตามสถานการณ์และดูแลให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกันตน ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย อย่างครบถ้วน รวดเร็ว และทันท่วงที
  2. การส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคให้ผู้ประกันตนมีสุขภาพที่ดี โดยเน้นหลักการ “ป้องกัน ดีกว่าแก้ไข” เรื่องนี้ตนได้รับนโยบายจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ตนผลักดันให้สำนักงานประกันสังคมเพิ่มสิทธิประโยชน์บริการทางการแพทย์กรณีฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้แก่ผู้ประกันตนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมกระทรวงแรงงานเป็นอย่างมาก ในปีต่อไปขอให้สำนักงานประกันสังคม พิจารณาขยายผลและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับบริการมากขึ้น
  3. การขอความร่วมมือสถานพยาบาลจัดทำประกันสังคม Smile Corner เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกันตน โดยมีสถานพยาบาลประกันสังคมดำเนินการแล้ว ซึ่งปัจจุบันทราบว่ามีสถานพยาบาลดำเนินการแล้ว 68 แห่ง ขอให้มีการขยายผลและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกันตนเข้าไปใช้บริการอย่างทั่วถึง
  4. สร้างการรับรู้ระบบประกันสังคมและเงินทดแทนผ่านเครือข่าย กลไก “บวร” (บ้าน วัด โรงเรียน โรงงาน) เรื่องนี้ตนขอชื่นชมสำนักงานประกันสังคมที่ให้ความสำคัญในการให้ความคุ้มครองในการบูรณาการ คุ้มครองแรงงานนอกระบบ ขอให้สำนักงานประกันสังคมขับเคลื่อนต่อไปในลักษณะเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง การทำงานทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งการมีส่วนร่วมเครือข่ายภาคประชาชนในการขับเคลื่อนขยาย ความเข้าถึงระดับตำบล หมู่บ้านทั่วประเทศ และครอบคลุมอาชีพต่างๆ ที่กว้างขวางมากขึ้น รวมถึงการศึกษาและพัฒนาสิทธิประโยชน์ และการจัดเก็บเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ด้วย
  5. การจัดทำฐานข้อมูล Big Data เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ตนให้ความสำคัญ ขอให้เชื่อมโยงข้อมูลร่วมกัน ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้มากที่สุด นำไปสู่การตัดสินใจของผู้บริหาร ในการกำหนดทิศทาง และนโยบายด้านแรงงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานให้เกิดประโยชน์แก่นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน
  6. การให้บริการของเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมต้องทำงานด้วยจิตบริการที่ดี ขอให้ผู้บริหารเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เนื่องจากงานของประกันสังคมเป็นงานที่เป็นที่พึ่งของคนที่ต้องการความช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วนทันท่วงที เจ้าหน้าที่ต้องเต็มใจและยินดีให้บริการด้วยรอยยิ้มให้บริการดุจญาติมิตร
  7. การให้ความสำคัญในการยกระดับระบบโทรศัพท์ศูนย์บริการข้อมูล 1506 ให้สามารถเป็นเครือข่ายหลัก และเชื่อมโยงระบบโทรศัพท์สายด่วนอื่นของกระทรวงแรงงานได้ทั่วประเทศ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ให้คำปรึกษาแนะนำรับข้อร้องทุกข์ ข้อร้องเรียน โดยสามารถให้ข้อมูล ปรึกษาหารือ และแนะนำข้อปฏิบัติให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการได้อย่างมีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการรับเรื่องร้องทุกข์ เพื่อประสานงานให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้ประกันตนในเรื่องนั้นๆ อย่างเร่งด่วน แก่ ลูกจ้าง ผู้ประกันตน โดยมีเจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการติดต่อผ่านทางอินเตอร์เน็ตคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสามารถโต้ตอบข้อสอบถามได้ทันทีโดยการแชทกับเจ้าหน้าที่ อีกทั้งการพัฒนาช่องทางเว็ปไซต์ของสำนักงานประกันสังคม ให้มีความทันสมัย พร้อมกับการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว แก่นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน อีกด้วย

ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยังกล่าวชื่นชมการดำเนินงาน โครงการ สปส.มอบสุข ซึ่งเป็นโครงการที่ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนที่เป็นผู้ทุพพลภาพ เหมือนคน ในครอบครัว พร้อมมีการติดตามเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของผู้ประกันตนอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ประชาชนทุกกลุ่ม ลดความเลื่อมล้ำทางสังคม พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยังกล่าวทิ้งท้าย ให้กำลังใจในการทำงานแก่ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย และแนวทางการทำงานที่สำคัญยิ่ง เพื่อให้เป็นเสาหลักและที่พึ่งของ ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ตลอดไป

……………………………………..

#SSONEWS2020 #ประกันสังคม