ตรวจสุขภาพประจำปี “กันดีกว่าแก้”

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
11 ครั้ง

แชร์โพสนี้

หากมั่นใจว่าตัวเองยังฟิต อายุยังน้อย ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพเพราะมั่นใจว่าอยู่ห่างจากปัจจัยเสี่ยงของการเป็นโรคร้ายอยู่แล้ว หรือหลายคนก็นึกกลัวไปว่า หากตรวจสุขภาพแล้วจะเจอโรคที่ไม่พึงประสงค์ จึงตัดใจไม่ตรวจดีกว่า ซึ่งการคิดแบบนี้ย่อมไม่ดีแน่ คำแนะนำที่ว่า “อย่ารอให้มีอาการแล้วค่อยไปหาหมอ” สอดคล้องกับการให้นิยามการตรวจสุขภาพขององค์การอนามัยโลกที่ว่า การตรวจสุขภาพเป็นการตรวจหาปัจจัยเสี่ยงอันจะส่งผลทำให้สุขภาพเสียไป ดังนั้นการตรวจสุขภาพ จึงเน้นที่การตรวจก่อนการเป็นโรค

การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอช่วยให้อุ่นใจและคลายกังวลจากปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การตรวจสุขภาพอย่างถูกต้องจะทำให้รู้ได้ว่า “ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอะไรบ้าง” เพื่อป้องกันก่อนที่จะเกิดโรค หรือแม้แต่การตรวจพบโรคก็ยังมีประโยชน์มากกว่าการเพิกเฉย เรียกว่า “กันดีกว่าแก้” การพบปัญหาแต่เนิ่นๆ ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา ลดความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนของโรคเท่านั้น แต่ยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย

โดยทั่วไปแล้วโปรแกรมตรวจสุขภาพเบื้องต้นจะแบ่งตามเพศและอายุ ซึ่งปัจจัยของการตรวจสุขภาพมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพโดยรวม ประวัติครอบครัว และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน คำแนะนำเบื้องต้นจากคุณหมอคือให้ตรวจเป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษอาจต้องมีตรวจเพิ่มเติมและตรวจบ่อยขึ้น

ตรวจสุขภาพ สำหรับคนทุกวัย

ข้อมูลจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระบุว่า โดยปกติแล้วโปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับผู้ที่อายุไม่เกิน 30 ปี จะเป็นการตรวจขั้นพื้นฐาน คือการพบแพทย์เพื่อซักถามข้อมูลประวัติสุขภาพ เมื่อแพทย์วิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยต่างๆ จากประวัติสุขภาพแล้ว ก็จะทำการตรวจร่างกาย รวมทั้งเลือกส่งตรวจเฉพาะด้าน เพื่อผลการตรวจที่แม่นยำ ขั้นตอนต่อมาคือการตรวจวัดพื้นฐานหาค่าดัชนีมวลกาย BMI หรือBody Mass Index ซึ่งหากคุณมีค่าดัชนีมวลกายเกิน 25 จะเข้าข่ายโรคอ้วน มีความเสี่ยงอีกหลายโรค เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เส้นเลือดหัวใจตีบตัน โรคกระดูกและไขข้อ โรคเบาหวาน เป็นต้น

การตรวจขั้นพื้นฐานต่อมาคือวัดความดันโลหิต เพื่อหาความเสี่ยงรวมทั้งความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือดในสมอง การตรวจเอกซเรย์ปอดและหัวใจ หาความผิดปกติในทรวงอกที่สามารถบ่งชี้โรคปอดรวมถึงวัณโรค ทั้งยังสามารถดูขนาดของหัวใจได้ ต่อมาคือการเจาะเลือดเพื่อ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) หาความผิดปกติของส่วนประกอบของเลือด ได้แก่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ประเมินความเข้มข้นของเลือด ซึ่งผลที่ออกมาอาจบอกถึงภาวะผิดปกติหลายอย่างได้ เช่น โลหิตจาง ภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกาย จำนวนเกล็ดเลือด รวมถึงโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งข้อมูลจากค่าเลือดทำให้รู้ว่าควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงอะไรบ้าง เช่น ค่าการอักเสบของตับอันเนื่องมาจากการทานยาบางชนิด ไขมันในเลือดสูง น้ำตาลในเลือดสูง หรือกรดยูริก ซึ่งการเจาะเลือดเพียงครั้งเดียว สามารถบ่งบอกความเสี่ยงได้หลายโรคเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังต้องตรวจปัสสาวะ เพื่อช่วยหาความผิดปกติของระบบไตและทางเดินปัสสาวะ ตรวจการทำงานของตับ เป็นการตรวจดูความผิดปกติของตับและทางเดินน้ำดี โดยตรวจเอ็นไซม์และสารต่างๆ ในเลือดเพื่อหาภาวะตับอักเสบ เอ บี และซี (Hepatitis A, B, C) ตับเสื่อมสภาพ และภาวะดีซ่าน รวมทั้งตรวจวัดความสามารถในการมองเห็นและความดันลูกตา เป็นการตรวจสุขภาพตาทั่วไป และค้นหาความเสี่ยงต่อภาวะต้อหิน ซึ่งเป็นการตรวจที่นำไปสู่การรักษาและป้องกันได้เร็ว

เช็กตัวเองตามวัย 30-50 ปี ให้ระวัง

ในช่วงอายุ 30-40 ปี ทั้งในชายและหญิง ควรตรวจตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และตรวจอุจจาระ ต้องอัลตราซาวด์ช่องท้องเพื่อตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะสำคัญ เช่น ตับ ไต ตับอ่อน ม้าม เส้นเลือดใหญ่ภายในช่องท้อง และต่อมลูกหมากในผู้ชาย สำหรับผู้หญิงอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง ตรวจมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งรังไข่ รวมทั้งตรวจมะเร็งเต้านม

นอกจากนี้ยังต้องตรวจปัสสาวะ เพื่อช่วยหาความผิดปกติของระบบไตและทางเดินปัสสาวะ ตรวจการทำงานของตับ เป็นการตรวจดูความผิดปกติของตับและทางเดินน้ำดี โดยตรวจเอ็นไซม์และสารต่างๆ ในเลือดเพื่อหาภาวะตับอักเสบ เอ บี และซี (Hepatitis A, B, C) ตับเสื่อมสภาพ และภาวะดีซ่าน รวมทั้งตรวจวัดความสามารถในการมองเห็นและความดันลูกตา เป็นการตรวจสุขภาพตาทั่วไป และค้นหาความเสี่ยงต่อภาวะต้อหิน ซึ่งเป็นการตรวจที่นำไปสู่การรักษาและป้องกันได้เร็ว

ช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นวัยที่เสี่ยงต่อหลายโรค ทั้งเพศชายและหญิง ควรตรวจการทำงานของต่อมไธรอยด์ (TSH) อัลตราซาวด์ช่องท้องทั้งหมด ตรวจสุขภาพสายตาความดันลูกตาและการได้ยิน ตรวจวัดการแข็งตัวของหลอดเลือด และตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็ง เช่น ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ (AFP) สารบ่งชี้มะเร็งทางเดินอาหาร (Carcinoembrionic Antigen-CEA) ผู้หญิงต้องตรวจมะเร็งปากมดลูกและ HPV ขณะที่ผู้ชายตรวจสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Specific Antigen-PSA)

ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งชายและหญิงควรตรวจมวลกระดูกทั้งร่างกาย ตรวจหาอัตราความเสื่อมของกระดูก และตรวจภาวะหลอดเลือดแดงส่วนปลาย นอกจากนี้ สุภาพสตรีในวัย 55 ปีขึ้นไปควรเข้ารับการตรวจความหนาแน่นของกระดูกช่วงกระดูกสันหลังส่วนเอวและสะโพกเพิ่มด้วย ในขณะที่ฝั่งผู้ชายยังสามารถชะลอการตรวจนี้ออกไปได้ก่อน แต่ยังต้องทดสอบการทำงานของหัวใจขณะออกกำลังกาย เพื่อตรวจหาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือไม่

โปรแกรมการตรวจสุขภาพเบื้องต้นเหล่านี้เหมาะกับกลุ่มคนวัยทำงานไปจนถึงผู้สูงอายุทั้งเพศชายและหญิง ซึ่ง ปัจจุบันโรงพยาบาลหลายแห่งได้จัดชุดการตรวจสุขภาพที่เหมาะกับอายุ เพศ ซึ่งผู้เข้ารับบริการสามารถเลือกตรวจเสริมหรือตรวจเฉพาะโรคได้ด้วย ดังนั้น การตรวจสุขภาพจึงไม่ใช่เรื่องยากหรือน่ากังวลอีกต่อไป

ตรวจสุขภาพฟรี! ครั้งยิ่งใหญ่

ในมหกรรมสุขภาพ “เฮลท์แคร์ ครั้งที่11”เตรียมพบกับงานมหกรรมสุขภาพตรวจสุขภาพฟรีครั้งยิ่งใหญ่ ในงาน “เฮลท์แคร์ ครั้งที่ 11” ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้ สู้โรค 2019”

โดยกลุ่มบริษัทมติชนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ขนทัพหน่วยงานและองค์กรด้านสุขภาพชั้นนำมาร่วมขับเคลื่อน ผลักดันให้คนไทยรอบรู้ด้านสุขภาพ กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมในสถานที่ใหม่ บนเนื้อที่กว่า 5,000 ตร.ม. ภายใน ฮอลล์ 5 อิมแพค เมืองทองธานี

ไฮไลต์บางส่วนที่คุณจะได้พบในงาน เฮลท์แคร์ 2019

ตรวจสุขภาพฟรี! เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตรวจรักษาโดยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนระดับประเทศ 30 แห่ง กิจกรรมภายในงาน 4 วัน รองรับผู้เข้ารับบริการได้มากกว่า 10,000 คน

ตรวจสุขภาพตาฟรี กับ รพ.บ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อม “ผ่าตัดลอกต้อเนื้อร่วมกับการแปะเนื้อเยื่อบุตา” ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบพิเศษ ลดอัตราการเกิดซ้ำได้กว่า 95% โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ให้กับผู้ที่ร่วมคัดกรองในงาน 66 คน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

รพ.สินแพทย์ นำ Tomometer เครื่องวัดความดันตา มาให้บริการวันละ 100 คน

คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขนทัพทันตแพทย์จิตอาสา เปิดคลินิกทันตกรรมให้บริการตรวจฟัน อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน และผ่าฟันคุด ฟรี! ตลอดทั้ง 4 วัน เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนมีสุขภาพดีอย่างครบวงจร

ตรวจรักษาแบบศาสตร์การแพทย์แผนจีน โดยคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติฝังเข็ม (รักษาโรค) โดยศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตรวจหาภาวะหลอดเลือดส่วนปลายตีบ ด้วยอุปกรณ์ Ankle-Brachial Index (AB) จาก รพ.รามคำแหง วันละ 50 คน บอกจังหวะการเต้นของหัวใจ ด้วยบริการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) วันละ 30 คน โดยโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น

“เฮลท์แคร์ ครั้งที่ 11” พร้อมแล้วที่จะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพ ตั้งแต่วันที่ 27-30 มิถุนายน 2562

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน