เตือนอันตราย!!ห้ามดื่ม-ทาโคลนผุด เทียบเท่าผงซักฟอก

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
16 ครั้ง

แชร์โพสนี้

กรณีโคลนผุดที่จังหวัดนครราชสีมาชาวบ้านเชื่อว่ามันคือโคลนวิเศษ นำมาพอกหน้า-ตัวและดื่มเพื่อรักษาโรค ล่าสุดทางสาธารณสุขจังหวัดติดประกาศเตือนอันตรายห้ามใช้โคลนพอกตามร่างกาย เพราะมีค่าความเป็นด่างเทียบเท่าผงซักฟอกและห้ามดื่มเด็ดขาด

เมื่อวานนี้ ว่าที่ร้อยตรี นิรันดร์ ดุจจานุทัศน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายแพทย์ นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบโคลนผุดที่บ้านหนองกุงน้อย หมูที่ 10 ตำบลโคกกระเบื้อง อำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมาหลังจากมีชาวบ้านจำนวนมากเชื่อว่าเป็นโคลนศักดิ์สิทธิ์นำดินโคลนไปพอกตามตัว ใบหน้า บางรายนำไปดื่มเพื่อรักษาโรคต่างๆ

ด้านนายแพทย์นรินทร์รัชต์ได้เก็บดินโคลนบางส่วนไปตรวจสอบ และได้ย้ำกับชาวบ้านอีกว่า โคลนที่ผุดขึ้นมานั้นไม่สามารถนำไปใช้ดื่มกิน หรือใช้พอกตามร่างกายได้ เนื่องจากเสี่ยงต่อการอักเสบของผิวหนัง หรือติดเชื้อโรคที่อยู่ในดิน โดยเฉพาะโรคฉี่หนู

ด้านนายประดิษฐ์ นูเล นักธรณีวิทยาชำนาญการสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 (ขอนแก่น) เรียกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่่า“โคลนพุ” ซึ่งเกิดจากปัจจัย 3 ส่วน คือ โซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์, แคลเซียมมอนต์มอริลโลไนต์ และแคลไซต์มอนต์มอริลโลไนต์ ซึ่งมีคุณสมบัติเมื่อสารเหล่านี้ถูกน้ำจะเกิดการพองตัว ประกอบกับเจอรอยแตกแยกของพื้นดินจึงผุดขึ้นมา ซึ่งในภาคอีสานพบเจอหลายแห่ง สังเกตได้จากชื่อหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ที่มักมีคำว่า“น้ำผุด” และได้ลงพื้นที่สำรวจและนำน้ำตัวอย่างมาตรวจวิเคราะห์แล้ว

โดยจากการวิเคราะห์ค่ากรดด่างของน้ำโคลนดังกล่าว พบว่ามีค่าด่างค่อนข้างสูง ถึง 9.7 มีค่าเทียบเท่าผงซักฟอก โดยจะสังเกตเห็นว่าพืชยังไม่สามารถเจริญเติบโตบริเวณที่เกิดดินนี้ได้เลย จึงไม่สมควรนำโคลนไปสมควรสัมผัส หรือพอกตามผิวหนัง

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

ร.ตีเช้าข่าว/ร.เรื่องเด่นเย็นนี้