ม.หอการค้าเผย 10 อาชีพ’ดาวเด่น-ดาวร่วง’ปี2562

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
172 ครั้ง

แชร์โพสนี้

 

ม.หอการค้าไทยแถลง 10 อาชีพเด่น-ร่วงปี 2562 ชี้อาชีพธุรกิจอี-คอมเมิร์ซมาแรง ตามเทรนด์โลก ขณะที่ธุรกิจเช่าหนังสือ- ซีดี-สิ่งพิมพ์-วารสารเดี้ยง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยผลจากการขอข้อมูลของกระทรวงแรงงาน สำนักงานสถิติแห่งชาติเกี่ยวกับความต้องการแรงงาน การประกาศหางานต่าง ๆ ผลการสำรวจ และการวิจัยทางด้านธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และดัชนีความสามารถในการแข่งขันพบว่า 10 อาชีพเด่นปีหมูอันดับ 1 คือ แพทย์ (แพทย์ผิวหนัง และศัลยกรรม) เนื่องจากเพราะจำนวนแพทย์ที่ออกสู่ตลาดแรงงานไม่เพียงพอกับความต้องการ อันดับ 2 คือนักวิเคราะห์ข้อมูล และนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น นักพัฒนาพัฒนาซอฟแวร์ ตามการแข่งขันทางธุรกิจทำให้ต้องเพิ่มกลยุทธ์การแข่งขัน

อันดับ 3 นักบิน และนักการตลาดออนไลน์ ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นหลังประชาชนให้ความสำคัญกับระบบขนส่งที่รวดเร็ว อันดับ 4 นักขายออนไลน์และนักการเงิน อันดับ 5 ผู้พิพากษาหรือทนาย อันดับ 6 ผู้ประกอบการ อันดับ 7 ดารา-นักร้อง อันดับ 8 ทันตแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ด้านความปลอดภัยทางอาหาร อันดับ 9 ครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ และกราฟฟิกดีไซน์ และอันดับ 10 ได้แก่ อาชีพที่ปรึกษาธุรกิจ นักวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม และอาชีพนักกีฬา อี-สปอร์ต ตามธุรกิจเกมส์ที่มีความโดดเด่น

สำหรับ 10 อันดับธุรกิจเด่น ปีนี้ ได้พิจารณาจากเกณฑ์ด้านยอดขาย ต้นทุน ส่วนต่างของยอดขายต่อต้นทุน หรือกำไรสุทธิ ผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงและภาวะการแข่งขัน และพิจารณาจากความต้องการและความสอดคล้องกับกระแสนิยม รวมทั้งสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจที่จะมีส่วนสนับสนุน และบั่นทอนการดำเนินธุรกิจพบบว่า อันดับ 1 คือ ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ จากเดิมปีที่ผ่านมาอยู่อันดับ 3 ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก และยังมีช่องทางการจำหน่ายจำนวนมาก รวมทั้งต้นทุนต่ำ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน แม้จะมีความเสี่ยงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และร้านค้าต้องมีความน่าเชื่อถือ

อันดับ 2 คือ ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงามที่ยังคงอันดับเดิมจากปีที่ผ่านมา เพราะผู้บริโภค ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพ และบริการทางการแพทย์ของไทยมีคุณภาพและราคาไม่แพง อันดับที่ 3 คือ ธุรกิจเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว ขยับจากอันดับ 4 ในปีที่แล้วตามพฤติกรรมการดูแลผิวพรรณของทุกช่วงวัยเพิ่มขึ้น อันดับ 4 คือ ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงผู้ให้บริการโครงข่าย และธุรกิจขนส่ง และธุรกิจเกม อันดับ 5 เป็นธุรกิจด้านฟินเทค และการชำระเงินผ่านระบบเทคโนโลยี อันดับ 6 ธุรกิจทางการท่องเที่ยวโฮสเทล และธุรกิจบนสตรีทฟู้ด อันดับ 7 ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจผู้สูงอายุ และธุรกิจประกันชีวิต อันดับ 8 ธุรกิจด้านติวเตอร์ สถาบันสอนภาษา โดยเฉพาะจีนและอังกฤษ อันดับ 9 เป็นธุรกิจก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และธุรกิจอาหารเสริมสุขภาพ และอันดับ 10 คือ ธุรกิจคาร์แคร์ และธุรกิจสิ่งพิมพ์ ป้ายโฆษณาและบรรจุภัณฑ์

ด้าน 10 อันดับธุรกิจดาวร่วงของ อันดับ 1. คือ ธุรกิจเช่าหนังสือ ธุรกิจหัตถกรรมและเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่ไม่มีการปรับตัว อันดับ 2. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายซีดีและดีวีดี อันดับ 3. ธุรกิจร้านให้บริการอินเทอร์เน็ต และธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และวารสาร อันดับ 4. ธุรกิจทำผลิตภัณฑ์หนัง ฟอกหนัง อันดับ 5. ธุรกิจโทรศัพท์พื้นฐาน อันดับ 6. ธุรกิจสถานศึกษาเอกชน และธุรกิจพ่อค้าคนกลางทางการเกษตร อันดับ 7. ธุรกิจของเล่น อันดับ 8. ธุรกิจผลิตสังกะสี อันดับ 9. ธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิม และทำดอกไม้ ใบไม้ประดิษฐ์ และอันดับที่ 10. ธุรกิจอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ และธุรกิจปาล์มน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม การประเมินธุรกิจที่โดดเด่นปีนี้อยู่ภายใต้สมมติฐานทางเศรษฐกิจที่จะขยายตัวในกรอบ 4 – 4.2% แม้จะยังมีผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้า แต่จะมีปัจจัยสนับสนุนจากทิศทางการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ที่เม็ดเงินจากการรณรงค์หาเสียงมาเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วประเทศ รวมทั้งนโยบายการลงทุนภาครัฐ และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจากยุค 3.0 ไปสู่ยุค 4.0 ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจ จะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้

ขอขอบคุณ : ม.หอการค้าไทย