อ.เจษฎา เตือน อังกาบหนู ยังไม่มีผลวิจัยว่ารักษามะเร็งได้

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
237 ครั้ง

แชร์โพสนี้

อ.เจษฎา เตือน อังกาบหนู ยังไม่มีผลวิจัยว่ารักษามะเร็งได้

กระแสแห่กินสมุนไพร มาใหม่อีกตัวแล้วครับ … คราวนี้ชื่อว่า “อังกาบหนู” อ้างว่าสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ โดยเริ่มจากเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เอามาเผยแพร่ พร้อมเรื่องเล่าว่าได้สูตรมาจากความฝัน แล้วมีคนเอาไปใช้ตามจนหายจากมะเร็งได้ ทำเอาญาติโยมแห่แหนกันไปเก็บใบต้นอังกาบหนูที่วัดกันจนเกลี้ยงเลย …. แต่จริงๆ แล้ว ไม่เคยมีผลการวิจัยเลยว่าอังกาบหนูจะรักษามะเร็งได้นะ แถมมีความเป็นพิษด้วย ระวังอันตรายครับ

“อังกาบหนู” นั้น ตามข้อมูลเรื่องสรรพคุณทางสมุนไพรไทย ระบุว่า มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Barleria prionitis Linn. ชื่ออื่นๆ คือ เขี้ยวแก้ว เขี้ยวเนื้อ มันไก่ โดย ราก ใช้แก้ ไข้ เปลือก ใช้ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ใบ แก้ปวดฟัน แก้กลากเกลื้อน ป้องกันส้นเท้าแตก แก้หูอักเสบ ต้น รักษาไขข้ออักเสบ รักษากลากเกลื้อน แก้อาการบวมน้ำ ขับปัสสาวะ แก้ไข้ …. แต่ สำหรับการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการต้านมะเร็ง ขณะนี้ยังไม่มีงานวิจัยเลย

สอดคล้องกับความเห็นของ นายแพทย์สมศักดิ์ นุกูลอุดมพานิชย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า ในทางการแพทย์ ยังไม่มีแหล่งข้อมูลไหนที่ยืนยันว่า อังกาบหนู สามารถช่วย หรือมีส่วนรักษามะเร็งได้จริง และขอให้คำนึงถึงปริมาณในการกินด้วย เพราะอาจมีผลกระทบต่อไตได้

ล่าสุด นพ..ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเตือนว่า ประชาชนที่จะนำอังกาบหนูไปต้มดื่ม ไม่ควรดื่มต่อเนื่องเกิน 7 วัน เพราะหากกินมากเกินไป อาจจะเกิดอาการเป็นพิษได้ โดยให้เว้นช่วงหยุด 3-5 วันแล้วค่อยกลับมารับประทานใหม่

เรื่องนึ้จึงสรุปได้ว่า อังกาบหนู เป็นอีกหนึ่งพืชสมุนไพรที่ไม่มีหลักฐานว่าใช้รักษามะเร็งได้จริง แถมจะเป็นอันตรายด้วย ถ้ากินมากๆ หรือกินต่อเนื่อง … ใครที่จะกิน ก็ขอให้แค่กินเสริมกับการรักษามะเร็งทางแพทย์แผนปัจจุบัน ห้ามทิ้งการรักษาไปหาแห่กินกันครับ