‘ตราพระมหามงกุฎ’ คืนทีมชาติ ‘ช้างศึก’ สวมชุดแข่งย้อนยุคลุยคิงส์คัพ

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
2,503 ครั้ง

แชร์โพสนี้

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยว่า ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 44 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 3-5 มิ.ย.นี้ จะใช้วิธีการจับสลากประกบคู่การแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งทาง “โค้ชซิโก้” นายเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทยก็ยืนยันว่าพร้อมที่จะเจอกับทั้ง 3 ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน โดยในการแข่งขันคิงส์คัพครั้งนี้จะจัดให้ยิ่งใหญ่สมกับในโอกาสครบรอบ 100 ปีของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

 

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ทำหนังสือขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตไปยังสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำตราพระมหามงกุฎ ซึ่งรัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทานแก่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ตั้งแต่เมื่อปีที่มีการก่อตั้ง และจะนำตราพระมหามงกุฎมาเป็นตราสัญลักษณ์ของทีมชาติไทยในชุดแข่งขันย้อนยุคที่จะมีแทบสีขาว-แดง โดยเตรียมจะใช้เฉพาะการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพครั้งนี้เท่านั้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ 

 

นายกลูกหนังไทยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีแนวคิดเตรียมที่จะผลิตชุดแข่งขันย้อนยุคนี้ในจำนวนหลักหมื่นตัว เพื่อนำไปจำหน่ายให้แฟนบอลได้ซื้อไว้เป็นที่ระลึก โดยได้ประสานกับทางบริษัทแกรนด์ สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตชุดแข่งขันของทีมชาติไทย ทั้งนี้ รายได้จากการจำหน่ายชุดแข่งขันย้อนยุค และรายได้จากการจัดการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพครั้งนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะนำทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัยรวมถึงจะมอบเงินช่วยสนับสนุนให้กับสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทยอีกด้วย

 

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า หลังจากจบศึกฟุตบอลคิงส์คัพแล้ว ทีมชาติไทยก็จะกลับมาใส่ชุดแข่งขันตามเดิม เนื่องจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีเงื่อนไขผูกพันกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ทั้งในเรื่องสีและแบบของชุดแข่งขัน ส่วนในอนาคตจะมีการนำตราพระมหามงกุฎมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของทีมชาติไทยแบบถาวรหรือไม่นั้นขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษาถึงรายละเอียดต่างๆ  และความเป็นไปได้ ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็คงจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร