โค้งสุดท้าย บอลอังกฤษ มันหยดติ๋ง

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
2,709 ครั้ง

แชร์โพสนี้

ใกล้ได้บทสรุปเต็มที สำหรับลีกสูงสุดเมืองผู้ดี อย่าง “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” ที่เดินทางมาถึงนัดที่ 36 ของฤดูกาล ซึ่งเหลืออีกเพียง 3 นัดเท่านั้น ลุ้นกันสนุกทั้งโซนหัวตารางที่ลุ้นคั่วแชมป์ และการทำอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรป รวมถึงการลุ้นหนีตกชั้น

 

                ก่อนหน้านี้หลายคนอาจจะไม่เชื่อ แต่เวลานี้คงต้องเชื่อเสียแล้ว ว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้ จะไปตกอยู่ในมือของทีมที่มีเจ้าของเป็นคนไทย

 

                ใช่แล้ว “สุนัขจิ้งจอก” หรือที่สื่อไทยต่างตั้งฉายาใหม่ให้ว่า “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม รักษาไว้ซึ่งมาตรฐานเดิมตั้งแต่ต้น จนมาถึงช่วงท้ายฤดูกาล ครองจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น นำห่างผู้ตามอย่าง “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 7 คะแนน และเหลือการแข่งขันอีกเพียง 3 นัดเท่านั้น

 

                สเปอร์ ไปตกม้าตายในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเลสเตอร์ ลงเตะก่อนและได้ผลการแข่งขันที่ไม่ดี คือทำได้เพียงเสมอกับ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-2 พร้อมสังเวยใบแดงของ “เจมี วาร์ดี้” ดาวยิงทีมชาติอังกฤษที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง หลังจากโดนข้อหาพุ่งล้มในกรอบเขตโทษ จนเป็นที่มาของเหลืองใบที่ 2 กลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม แต่สุดท้าย “ไก่เดือยทอง” ก็ดันทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับ “แบ็กกีส์” เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ในศึกมันเดย์ ไนท์ 1-1

 

                เกมวันนั้นเหมือนทีมพลังหนุ่มจากกรุงลอนดอน ดูจะกดดันตัวเองจนเกินไป พอได้ประตูขึ้นนำผู้มาเยือนปุ๊บ รูปเกมกลับไม่ดีเหมือนช่วงแรก มีโอกาสทำประตูที่ 2 บ่อยครั้ง แต่ก็พลาดไป จนสุดท้ายโดนตีเสมอ

 

ถ้าสเปอร์ไม่พลาดในเกมที่ผ่านมา ช่องว่างจะเหลือเพียง 5 แต้ม และทำให้ 3 นัดสุดท้าย จะลุ้นกันสนุกกว่านี้ แต่ตอนนี้ช่องว่างเลยเป็น 7 แต้มตามเดิม

 

เลสเตอร์ ซิตี้ ขออีกเพียง 3 คะแนน จาก 3 นัดสุดท้ายนี้เท่านั้น พวกเขาก็จะก้าวขึ้นไปเถลิงบัลลังก์แชมป์ลีกสูงสุดแห่งเกาะอังกฤษ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร หลังจากก่อนหน้านี้เคยทำได้ดีที่สุดแค่เพียง รองแชมป์ ในฤดูกาล 1928-29 สมัยที่พรีเมียร์ลีกยังเป็นดิวิชั่น 1 เดิม

 

โปรแกรม 3 นัดสุดท้ายของเลสเตอร์ ซิตี้ ถือว่าหนักพอสมควร วันที่ 1 พ.ค.ต้องออกไปเยือนอดีตแชมป์ลีกสูงสุดแห่งเกาะอังกฤษ 20 สมัย “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด ที่ช่วงหลังๆถือว่าทำผลงานได้ดี ซึ่ง “เรดเดวิลส์” ยังมีลุ้นจบอันดับ 4 เพื่อไปเล่นถ้วยใหญ่แห่งยุโรปในปีหน้า พวกเขาคงไม่ยอมแพ้คาบ้านง่ายๆแน่นอน

 

ต่อด้วยวันที่ 7 พ.ค. จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ถือว่าไม่ใช่งานง่าย เพราะขุมกำลังของเอฟเวอร์ตันค่อนข้างดูดี และมักสู้กับทีมหัวตารางได้อย่างสูสี ก่อนจะปิดท้าย วันที่ 15 พ.ค. ด้วยการออกไปเยือนแชมป์เก่า “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ถึงปีนี้ผลงานจะสุดห่วย แต่การเล่นในบ้านนัดสุดท้ายของฤดูกาลแบบนี้ คงไม่ยอมง่ายๆต่อคู่แข่งแน่นอน

 

ขณะที่โปรแกรม 3 นัดสุดท้ายของสเปอร์ ดูจะเบากว่าเลสเตอร์พอสมควร จะมีหนักก็อยู่ที่นัดต่อไป ต้องลงทำศึกมันเดย์ไนท์ ดาร์บี้แมตช์ แห่งกรุงลอนดอน ในคืนวันจันทร์ที่ 2 พ.ค. ออกไปเยือน เชลซี ก่อนจะกลับมาเล่นในบ้านวันที่ 8 พ.ค. พบ เซาแธมป์ตัน และปิดท้ายด้วยการออกไปเยือนทีมที่กำลังหนีตาย อย่าง “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล วันที่ 15 พฤษภาคม

 

ลองพิจารณาดูแล้ว ก็ไม่ใช่งานง่ายของเลสเตอร์ซะทีเดียว ในการเก็บ 3 คะแนนใน 3 นัดสุดท้ายนี้ แต่ดูแล้วในวันที่เปิดบ้านพบ เอฟเวอร์ตัน น่าจะง่ายที่สุดในการเก็บชัยชนะ เพราะฟอร์มช่วงหลังๆของท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ไม่ค่อยดีนัก และเลสเตอร์ก็คงคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์นี้ไปครอง

 

มาดูในโซนหนีตกชั้น ตอนนี้ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ที่ทำผลงานได้สุดห่วยตั้งแต่ต้นฤดูกาล ร่วงตกชั้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรอย่างเป็นทางการแล้ว ก็เหลืออีก 2 ที่ว่าง กับอีก 3 ทีม ที่ต้องลุ้นหนีตายกันจนถึงนัดสุดท้าย

 

ซันเดอร์แลนด์, นอริช ซิตี้ และนิวคาสเซิ่ล คือ 3 ทีมที่ต้องมาดิ้นรนในช่วงโค้งสุดท้าย โดยเวลานี้ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ และ “นกขมิ้น” นอริช มี 31 แต้ม จาก 34 นัด ส่วนนิวคาสเซิ่ล มี 30 แต้ม จาก 35 นัด

 

สุดสัปดาห์นี้ แมวดำ จะออกไปเยือน “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ก ซิตี้ ส่วนนกขมิ้นต้องออกไปเยือน “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล  และ สาลิกาดง จะเปิดบ้านพบ “พญาอินทรี” คริสตัล พาเลซ ที่รอดพ้นการตกชั้นแน่นอนแล้ว

 

ก่อนที่สัปดาห์ถัดไป นอริช จะเจองานสุดหิน ด้วยการเปิดบ้านพบ แมนฯยูไนเต็ด ที่กำลังลุ้นโควต้าแชมเปียนส์ลีก ส่วน แมวดำ ก็เจองานหนักเช่นกัน ต้องเปิดบ้านรับมือแชมป์เก่าเชลซี ส่วนนิวคาสเซิ่ล เจองานสุดเบา ด้วยการออกไปเยือนทีมที่ตกชั้นไปแล้ว อย่าง แอสตัน วิลล่า และในเกมกลางสัปดาห์ นอริช จะลงเล่นเกมตกค้าง เปิดบ้านพบ วัตฟอร์ด เช่นเดียวกับ ซันเดอร์แลนด์ ที่จะเปิดบ้านพบ เอฟเวอร์ตัน

 

ซึ่งในเกมสุดท้ายของฤดูกาล ซันเดอร์แลนด์ จะบุกไปเยือนวัตฟอร์ด ด้าน นอริช ต้องออกไปเยือนเอฟเวอร์ตัน และนิวคาสเซิ่ล จะเปิดบ้านรับมือ สเปอร์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าในเกมสุดท้ายนี้ สเปอร์ จะยังมาลุ้นแชมป์อยู่หรือไม่ ถ้าหมดลุ้นแล้ว สาลิกาดงคงสบายขึ้น แต่ถ้ายังมีเอี่ยวลุ้นแชมป์อยู่ “ไก่เดือยทอง” คงจะมาแบบจัดเต็มแน่นอน

 

มองดูแล้วทีมในโซนหนีตายมีโปรแกรมความยากง่ายที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน อยู่ที่ตัวเองจะต่อกรกับโปรแกรมเหล่านี้ได้ดีเพียงใด ที่สำคัญคือห้ามพลาดโดยเด็ดขาด

 

ปิดท้ายกันที่การลุ้นโควต้าแชมเปียนส์ลีก ก็ยังลุ้นกันสนุกในช่วงโค้งสุดท้าย “ผีแดง” แมนฯยูไนเต็ด ตามหลังอันดับ 3 และ 4 อย่าง แมนฯซิตี้ และอาร์เซน่อล อยู่ 5 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด หากเก็บชัยในคเกมตกค้างได้ก็จะขยับไปมีช่องว่างเพียง 2 คะแนนเท่านั้น ซึ่งหากอาร์เซน่อลกับแมนฯซิตี้ พลาดขึ้นมานัดใดนัดหนึ่ง แล้วแมนฯยูไนเต็ด เก็บชัยได้ทั้ง 3 นัด พวกเขาก็จะแซงขึ้นไปคว้าโควต้านี้ทันที ซึ่งเกมสำคัญคงอยู่ในวันที่ 8 พ.ค. ในแมตช์ที่แมนฯซิตี้ จะเปิดบ้านพบ อาร์เซน่อล เท่ากับว่าถ้าคู่นี้มีผลแพ้-ชนะ จะทำให้ 2 ทีมนี้ตัดแต้มกันเองอย่างเลี่ยงไม่ได้ และคงเป็นโอกาสดีของทีมปีศาจแดงอย่างแน่นอน

 

ช่วงโค้งสุดท้ายของลีกสูงสุดแห่งเกาะอังกฤษ จะเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด “เลสเตอร์” จะคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์นี้ได้หรือไม่ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!!

 

 

ขอบคุณภาพจาก : http://www.kenyabuzz.com/