จากลอนดอนสู่หอศิลป์กลางกรุง! 3 ไฮไลท์ จากนิทรรศการงานศิลป์ร่วมสมัย “Thailand Eye” ที่ควรค่าแก่การชม

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
3,531 ครั้ง

แชร์โพสนี้

จอแอลอีดีแปลกตาบนแนวกำแพงกำลังเล่นผลงานของคุณกวิตา วัฒนะชยังกูร ศิลปินสาววัย 28 ปี ผู้มีอายุน้อยที่สุดที่ได้รับคัดเลือกให้จัดแสดงผลงานในงานนิทรรศการศิลปะไทยร่วมสมัย “ไทยเนตร” (Thailand Eye) นี้ เธอเรียกผลงานของตัวเองว่า Experiential Art หรืองานศิลปะเชิงทดลอง ความน่าสนใจของผลงานคุณกวิตาคือ มีการใช้เทคนิคการนำเสนอด้วยภาพวิดีโอ และพูดถึงสถานะทางเพศของผู้หญิงในบ้านด้วยวิธีการแปลกใหม่ เธอนำตัวเองเข้าไปอยู่ในงานศิลปะ โดยสวมบทบาทเป็นสิ่งของต่างๆ ในบ้าน เช่น ไม้กวาด เครื่องไสน้ำแข็ง ตาชั่ง ราวตากผ้า เป็นต้น ผู้ชมที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างรู้สึกฉงนและยืนจ้องมองอิริยบทการเคลื่อนไหวของเธอด้วยความสนใจ

 

 

เธออธิบายผลงานของตัวเองว่า “เป็นการสมมติเอาตัวตนของคนไปเป็นอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านเพื่อทดสอบขีดจำกัดของตัวเองว่า การที่เราจะสูญเสียความเป็นตัวเองเพื่อที่จะเป็นอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านจะเป็นอย่างไร เมื่อได้ลองทำสมาธิ ซึ่งเป็นการสะกดจิตให้เชื่อว่า ตัวเองเป็นไม้กวาด พบว่า ถ้าเราเชื่อว่าตัวเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ เราก็จะกลายเป็นอย่างนั้น”

 

 

หากได้เดินชมผลงานหลายๆ ชิ้นจากในนิทรรศการศิลปะไทยร่วมสมัย “ไทยเนตร” (Thailand Eye) อาจจะทำให้หลายคนเกิดคำถามว่า งานศิลปะคืออะไร? เพราะมีงานหลายชิ้นที่ผู้ที่ไม่ได้เป็นนักเสพศิลปะตัวยงคงไม่คุ้นเคยกับรูปแบบการนำเสนอเท่าไรนัก อย่างไรก็ตามหากได้ปรับความเข้าใจต่องานศิลปะยุคปัจจุบันใหม่ว่า งานศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงภาพวาดสวยงามเท่านั้น แต่เป็นทุกสิ่งที่ยกระดับจิตใจและทำให้ผู้ที่ได้ชมเกิดความคิดบางอย่างเมื่อได้รับชม เราก็จะเปิดใจกับการเสพงานศิลปะได้อย่างบันเทิงใจมากขึ้น

 

 

นิทรรศการศิลปะไทยร่วมสมัย “ไทยเนตร” (Thailand Eye) เป็นนิทรรศการงานศิลปะที่น่าสนใจแห่งปีงานหนึ่งที่ขนงานศิลปะร่วมสมัยจากหอศิลป์ระดับโลก ซัทชี่ มาจัดแสดงกลางกรุงเทพฯ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม – 7 สิงหาคม 2559  และได้รวบรวมผลงานศิลปะไทยร่วมสมัยที่มีความโดดเด่นและสร้างสรรค์จากรากฐานของศิลปวัฒนธรรมของไทย จำนวนกว่า 60 ชิ้น จากศิลปินไทย จำนวน 23 คน มาจัดแสดง ยกตัวอย่างงานของศิลปิน 3 ท่านที่นับว่าเป็นไฮไลท์ของงานและพลาดไม่ได้ที่จะต้องไปชมด้วยตัวเอง ได้แก่

 

 

1. ผลงานชุด “ลิงในบ้าน” ที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางพื้นที่จัดแสดง เป็นงานของคุณสาครินทร์ เครืออ่อน ซึ่งเคยจัดแสดงที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติกรุงเทพมหานครมาก่อน เมื่อได้ไปจัดแสดงที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จึงนำกลับมาให้คนไทยได้ชมกันอีกครั้ง คุณสาครินทร์ได้เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจของผลงานชิ้นนี้ว่า  บ้านของคุณสาครินทร์อยู่ใกล้กับภูเขา จึงมักมีลิงเข้ามาในบ้านอยู่บ่อยๆ ลิงทั้ง 3 ตัวในผลงานชิ้นนี้มีความหมายหลายอย่าง สื่อถึงเรื่องของอำนาจและการเมือง แต่ด้วยประเด็นใดนั้นขึ้นอยู่กับการตีความผู้ชม ผลงานชิ้นนี้เป็นงานชิ้นหนึ่งที่ขอแนะนำให้รีบไปชม เพราะขณะนี้ผลงานชิ้นนี้พิพิธภัณฑ์สิงคโปร์ได้ขอซื้อไปจัดแสดงแล้ว

 

 

2.คุณกมลพันธุ์ โชติวิชัย กับผลงานชื่อว่า “ความว่างเปล่า”  เป็นภาพถ่ายตัวเองที่คุณกมลพันธุ์ใช้มีดกรีดออกเป็นริ้วๆ ให้เกิดลวดลายบนชิ้นงาน เพื่อนำเสนอความคิดอันลึกซึ้งเรื่องการใช้สติสำรวจตัวตนของตนเองตามแก่นแกนหลักคิดแห่งพระพุทธศาสนา จดจ่อกับความเปลี่ยนแปลง เคลื่อนไหว และไม่จีรังของชีวิต

 

 

3.ผลงานชิ้นหนึ่งที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้คือ ตุ๊กตายางในชุดเจ้าสาว พร้อมชุดภาพคู่เจ้าบ่าว ใบสมรส วิธีการใช้งานเธอ รวมทั้งวิดีโองานแต่งงานเสมือนจริง เป็นผลงานของคุณโฆษิต จันทรทิพย์ เพื่อนำเสนอภาพสังคมเคลื่อนออกจากความเป็นจริง แม้ผลงานชิ้นนี้จะจัดทำขึ้นเมื่อ 22 ปีที่แล้ว แต่ยังสามารถสะท้อนสังคมในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

 

 

ยังมีผลงานหลากหลายที่รอให้คุณมาค้นหาความหมายและตีความในมุมมองของตัวเอง นอกจากงานที่พูดถึงข้างต้นแล้วยังมีงานของศิลปินแห่งชาติและศิลปินที่มีชื่อเสียงอีกหลายท่าน เช่น ผลงานสุดงดงามคุณปัญญา วิจินธนสาร ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพุทธศิลป์ ผลงานของคุณนาวิน ลาวัลย์ชัยกุล ที่เดินทางไปค้นคว้ารากเหง้าของตัวเองถึงประเทศอินเดีย ผลงานของคุณสมบูรณ์ หอมเทียนทอง ที่เป็นภาพเขียนสุดประณีตจนเหมือนภาพถ่าย เป็นต้น หากคุณสนใจ สามารถเดินทางไปชมนิทรรศการศิลปะไทยร่วมสมัย “ไทยเนตร” (Thailand Eye) ได้ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 8 ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม – 7 สิงหาคม 2559 เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย