Review : ทริปอุดรธานี ม่วนคัก เมืองสายฮิปฯ แบบอีสานสไตล์

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
30,837 ครั้ง

แชร์โพสนี้

อุดรธานี…เป็นเมืองทางอีสานเหนือ คนละโยชน์กับอุบลราชธานี ที่อยู่ฝั่งอีสานใต้ ซึ่งหลายคนมักจะเข้าใจผิดว่า 2 จังหวัดนี่ใกล้กันทั้งที่ลงท้ายธานีเหมือนกัน อุดรธานีขึ้นชื่อเรื่องแหล่งโบราณสถานบ้านเชียง ถิ่นกำเนิดมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทะเลบัวแดง ที่กลายเป็นสถานที่ยอดนิยม แต่หลายปีมา่นี้อุดรธานีได้มีเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้นและอยู่ในรูทเดียวกันสามารถจัดทริปแบบ 1 – 2 วันได้แบบสบายๆ แถมทริปนี้ยังได้ประสบการณ์เรียนรู้เรื่องวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และของอร่อยๆด้วย 
 
 

รับอรุณแบบชิลล์ๆที่ หนองประจักษ์

 
เริ่มต้นที่หนองประจักษ์…หนองน้ำขนาดใหญ่ใกล้ศาลหลักเมืองและทุ่งศรีเมือง บริเวณนี้ถูกจัดให้เป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกายของชาวอุดรฯเช้าๆจะมีคนมาวิ่ง เดินและปั่นจักรยาน ฝั่งตรงข้ามหนองประจักษ์จะมีร้านอาหารทั้งโจ๊ก ข้าวเปียกแบบอุดรให้ได้ลองชิมรสชาติแบบอร่อยๆ หลังจากอิ่มท้องแล้วอย่าลืมไปแชะรูปคู่กับน้องเป็ดยางยักษ์สุดน่ารักที่ลอยอยู่ริมหนองประจักษ์ ตอนนี้กลายเป็นอีกแลนด์มาร์คไปแล้ว ใกล้กับหนองประจักษ์จะมีศาลอากงแซ หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความเชื่อว่าหากใครได้มากราบไหว้จะได้สมปรารถนา โดยทุกปีจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองแบบยิ่งใหญ่ด้วย 
 
 

ภูพระบาท สโตนเฮนจ์เมืองไทย กับมนุษย์โบราณ

 
จากตัวเมือง มุ่งหน้าสู่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุดรธานี 67 กิโลเมตร เป็นสถานที่เกิดการผุพังสลายของหินทรายก่อให้เกิดเป็นลานหินกว้างและโขดหินขนาดใหญ่รูปทรงประหลาดมากมาย ซึ่งสถานที่แห่งนี้ในยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้มีผู้คนเข้ามาใช้ชีวิต เขียนภาพลงบนก้อนหินเป็นลวดลายต่างๆ บ้างก็สลักหินให้เป็นที่เคารพบูชา ตั้งเรียงเป็นใบเสมาวงกลมเหมือน  สโตนเฮนจ์ นอกจากนี้ ชาวบ้านยังมีการผูกโยงความเชื่อเกี่ยวกับตำนานนางอุษากับโศกนาฎกรรมความรัก พร้อมกับผูกเรื่องราวเข้ากับหินก่อนต่างๆ โดยก้อนหินที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่คือ หอนางอุษา มีลักษณะคล้ายหอคอยสูงใหญ่ตั้งเด่นตระหง่าน ด้วยความที่มันเป็นลานหินกว้างทำให้วัยรุ่นหลายคนชอบมาถ่ายรูปแบบฮิปสเตอร์ที่นี่ด้วย 
 
 
 
 

 

วัดป่าภูก้อน ความอลังการโอบล้อมด้วยขุนเขา 

 
จากภูพระบาท มุ่งหน้าสู่อำเภอนายูง จะพบป้ายบอกทางไปวัดป่าภูก้อน วัดใหม่ที่ตั้งของ พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระนอนแกะสลักด้วยหินอ่อนสีขาว ซึ่งมีชาวพุทธหลั่งไหลไปกราบไหว้บูชาเป็นจำนวนมาก โดยรถสามารถขึ้นไปได้ถึงตัวบันได ไม่เป็นอุปสรรคต่อคนแก่ให้เดินลำบากเลย บริเวณวัดสะอาดและสวยงามมีสถาปัตยกรรมที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ผสานกับความสงบของธรรมชาติ ที่นี่ยังเป็นจุดถ่ายรูปวิวของภูเขาแบบเหมือนโดนโอบกอดไว้เลยด้วย เรียกว่าได้ทั้งบุญและความสดชื่นของธรรมชาติเติมพลังให้กับชีวิตอย่างเต็มที่ 
 
 
 
 

คีรีวงกต ท้องทุ่งและวิถีสโลว์ไลฟ์ 

 
หลังจากเดินทางลงจากวัดป่าภูก้อน ให้ใช้เส้นทางอำเภอนายูงมุ่งหน้าสู่ทางอำเภอสังคมจังหวัดหนองคาย เข้าสู่บ้านคีรีวงกต ที่นี่จัดเป็นโฮมสเตย์ต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสวิถีแบบสโลว์ไลฟ์ อบอุ่นกับท้องทุ่งนา ลำธารเล็กๆ ที่ไหลเอื่อยทำให้ลืมชีวิตที่เร่งรีบ ซึ่งใครจะมาที่นี่ขอแนะนำว่าให้จองก่อนเพราะคิวการจัดทริปของคีรีวงกตจัดโดยชาวบ้านจริงๆ ไม่ได้มีการปรุงแต่งทำให้ต้องเตรียมของหลายอย่างไว้รอรับล่วงหน้า และเงินทุกบาททุกสตางค์ของการอุดหนุนที่นี่จะกระจายรายได้ให้กับคนในพื้นที่ด้วย ความพิเศษของคีรีวงกตอยู่ที่ การนั่งรถอีแต้กผ่านธรรมชาติ ผ่านสวนยาง ลำธาร มีผีเสื้อ นกร้อง ชวนให้เราได้ผ่อนคลาย ซึ่งจุดหมายปลายทางจะไปอยู่ที่น้ำตก ที่ตรงนั้นชาวบ้านจะนำอาหารพื้นบ้านอย่างส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา แกงส้มใส่กระบอกไม้ไผ่ ข้าวเหนียวจากกระบอกไม้ไผ่ มาให้เราได้อิ่มท้องและฟินกับรสชาติอีสานแบบแท้ๆ ในช่วงค่ำก็จะมีปาร์ตี้เล็กๆแบบสไตล์ชาวบ้าน รวมถึงพิธีบายศรีสู่ขวัญด้วย สำหรับคนที่สนใจ  สามารถจองล่วงหน้าได้ที่ ผู้ใหญ่บ้านนรินทร์ โทร 083-1479004 
 
 
 
 

การเดินทาง :

จากกรุงเทพฯ สามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี มีหลายสายการบิน หรือจะนั่งรถทัวร์ก็ได้ออกจากกรุงเทพฯช่วงกลางคืนจะถึงอุดรฯเช้าพอดี ส่วนการเที่ยวภายในจังหวัดแนะนำให้เหมารถตู้หรือเช่ารถขับจะโอเคกว่าเพราะแต่ละสถานที่อยู่ค่อนข้างไกลกัน และไม่คุ้นชินเส้นทางอาจหลงได้