โค้งสุดท้ายบอลไทย 4 นัดสุดท้ายสุดอันตราย

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
940 ครั้ง

แชร์โพสนี้

ลีกสูงสุดของไทย “โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก” เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายอย่างแท้จริง การลุ้นแชมป์ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนุก เมื่อบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แข็งแกร่งทั่วแผ่นดิน ไล่ทุบชาวบ้านเขาไปทั่ว ถ้วยแชมป์คงไม่หล่นไปจากมือเป็นแน่แท้ และทีมปราสาทสายฟ้ายังเดินหน้าเพื่อทำลายสถิติไทยพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

 

                ที่สนุกยิ่งกว่าการลุ้นแชมป์ คือการลุ้นหนีตกชั้น เพราะผ่านไปแล้ว 30 นัด ตอนนี้มีทีมร่วงไปในศึกยามาฮ่า ลีกวัน แค่ 1 ทีมเท่านั้น คือ “ฮัลโหล” ทีโอที เอสซี ที่ตกชั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

 

                แต่อีก 2 โควต้าในการตกชั้น ยังดิ้นรนหนีตายกันอย่างครื้นเครงสนุกสนาน เพราะตั้งแต่อันดับ 11 ของตารางลงมา มีคะแนนไล่เลี่ยกัน สถานการณ์สามารถพลิกผันได้อยู่ตลอดเวลาในช่วง 4 นัดสุดท้ายสุดอันตรายของฤดูกาลนี้

 

                โอสถสภาฯ, ศรีสะเกษ ทีมอันดับ 11, 12 ตามลำดับ ถึงจะมี 34 แต้ม แต่ก็ยังวางใจอะไรไม่ได้ หากพวกเขาไม่มีแต้มเลยตลอด 4 นัดนี้ อาจจะต้องมานั่งน้ำตาตกก็เป็นได้

 

                ขณะเดียวกัน ชัยนาท อันดับ 13 การมี 33 แต้มของพวกเขายังไม่การันตีการอยู่รอด เพราะในช่วง 4 นัดสุดท้าย พวกเขาต้องเล่นในบ้านพบทีมแกร่งสุพรรณบุรี ที่ยังแย่งอันดับ 3 เพื่อลุ้นโควต้าไปเล่นฟุตบอลเอเชียในปีหน้า และต้องเจอกับ 2 ทีมที่หนีตายด้วยกันอย่าง การท่าเรือ และราชนาวี ก่อนจะปิดท้ายด้วยการออกไปเยือนแบงค็อก ยูไนเต็ด ที่แย่งอันดับ 3 อยู่เหมือนกัน

 

                ด้านทีมอันดับ 14 สระบุรี เอฟซี ที่มี 31 คะแนน 4 นัดสุดท้ายถือว่าโหดที่สุดในบรรดาทีมหนีตายด้วยกัน แมตช์ที่แล้วพวกเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเปิดบ้านอัดบางกอกกล๊าส 2-0 ถึงแม้พวกเขาจะไม่แพ้ใครมา 6 นัดติดต่อกันแล้ว แต่เกมที่จะเจอในนัดถัดไป พวกเขาต้องออกไปเยือนทีมหนีตกชั้นด้วยกันอย่าง บีอีซี เทโรศาสน ซึ่งแมตช์นื้ถือเป็นเกมสำคัญของทั้ง 2 ทีม หากใครพลาดแพ้ขึ้นมา จะส่งผลให้ร่วงตกชั้นได้ในทันที และอีก 3 นัดของสระบุรี พวกเขาต้องไปเยือนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ลุ้นสร้างสถิติใหม่ของวงการฟุตบอลไทยอยู่ นอกจากนั้นต้องออกไปเยือนชลบุรี เอฟซี และปิดท้ายด้วยการเล่นในบ้านพบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นงานที่หนักอึ้งจริงๆสำหรับทีมขุนศึก

 

                ฝั่งการท่าเรือ ทีมอันดับ 15 ที่มี 29 คะแนน อีก 4 นัดที่เหลือก็ไม่เบาเหมือนกัน พวกเขาต้องไปเยือนทีมที่เล่นในบ้านได้ยอดเยี่ยม อย่าง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ก่อนจะกลับมาเล่นในบ้านเจอทีมหนีตายด้วยกันอย่างชัยนาท ฮอร์นบิล และออกไปเยือนบางกอกกล๊าส ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเล่นในบ้านพบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็ยังดูไม่ออกว่าพวกเขาจะทำได้ดีแค่ไหนในการหนีตกชั้นครั้งนี้

 

                ราชนาวี ทีมอันดับ 16 ที่มี 28 คะแนน ดูโปรแกรมแล้วงานเบากว่าใครเพื่อน เกมถัดไปดูจะหนักสุดเพราะต้องออกไปเยือนแบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ยังลุ้นอันดับ 3 เพื่อโควต้าบอลเอเชีย ก่อนจะเจองานเบาเปิดบ้านรับมือทีโอที เอสซี ที่ตกชั้นไปแล้ว แต่หนักหน่อยคงเป็นการออกไปเยือนชัยนาท ที่หนีตายด้วยกัน และปิดท้ายด้วยการเล่นในบ้าน พบ อาร์มี ยูไนเต็ด ถึงแม้ว่าโปรแกรมจะดูเบากว่าใครเพื่อน แต่ราชนาวี เป็นทีมที่เอาแน่เอานอนไม่ค่อยจะได้ บางทีอาจจะพลาดพลั้งในช่วง 4 นัดสุดท้าย และกระเด็นตกชั้นไปในที่สุด….ก็ได้

 

                ปิดท้ายที่ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน อันดับ 17 ที่มี 27 คะแนน หนึ่งเดียวในไทยพรีเมียร์ลีก ณ เวลานี้ ที่โลดแล่นอยู่ในลีกสูงสุดของไทยมาตั้งแต่ครั้งแรก และยังไม่เคยร่วงตกชั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว โปรแกรมช่วง 4 นัดสุดท้าย ถือว่าหินพอตัว นัดถัดไปต้องเปิดบ้านลงเล่นเกมสำคัญ ที่อาจจะเป็นเกมชี้ชะตาของพวกเขา กับ สระบุรี เอฟซี ถ้าหากมังกรไฟ พ่ายแพ้อีก พวกเขามีสิทธิที่จะร่วงไปเริ่มต้นในลีกวันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรแน่นอน หลังจากแมตช์สระบุรี พวกเขาจะออกไปเยือน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เอสซีจี สเตเดียม ถึงแม้การเจอกันช่วงหลังๆ มังกรไฟ จะไม่ค่อยแพ้ แต่การไปเยือนเมืองทอง ไม่เคยเป็นงานง่ายอยู่แล้ว และจะกลับมาเปิดบ้านพบ บุรีรัมย์ ก็คล้ายๆกัน ถึงแม้สถิติหลังๆ บีอีซี เทโรศาสน จะไม่ค่อยแพ้บุรีรัมย์ แต่ปีนี้บุรีรัมย์ ต้องการสร้างสถิติใหม่ของวงการฟุตบอลไทย พวกเขาคงมีแรงฮึดมากกว่าเดิมเป็นแน่แท้ และปิดท้ายฤดูกาลด้วยการออกไปเยือนเชียงราย ยูไนเต็ด ที่เล่นในบ้านได้ค่อนข้างดี ต้องบอกว่าเป็นงานหนักจริงๆสำหรับทีมมังกรไฟ

 

                ไม่ว่าใครจะตกชั้นหรืออยู่รอด แต่มันแสดงให้เห็นแล้วว่า ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ลุ้นกันมันหยดตั้งแต่นัดแรกจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล !!