Bon Jovi ขนเพลงฮิตรุ่นเก๋า เสิร์ฟความร็อคกระหึ่มฮอลล์ในรอบ 20 ปีที่เมืองไทย

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
1,417 ครั้ง

แชร์โพสนี้

Singha Coperations Presents Bon Jovi Live In Bangkok วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา เป็นอีกคอนเสิร์ตหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์บันเทิงไทย เพราะนอกจากจะจัดขึ้นแบบสายฟ้าแลบภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ และเปิดขายบัตรเข้าชมก่อนการแสดงเริ่มเพียง 3 วัน คนยังแน่นฮอลล์ได้ถึงเพียงนี้ นับเป็นการรวมตัวของสาวกเพลงร็อคยุค 80 ครั้งยิ่งใหญ่ทีเดียว แถมร็อคเกอร์รุ่นเก๋ายังจัดให้พิเศษ เตรียมช่วงอังกอร์ยาวเหยียดมาเซอร์ไพรส์ผู้ชม ใครหมดแรงก็ยังแข็งใจเต้นกันอยู่ ณ โมเม้นต์นั้น วันนี้เราได้นำบรรยากาศคอนเสิร์ตสุดมันส์มาฝาก จะจัดเต็มแค่ไหนนั้นเชิญติดตามได้ที่นี่!  

 

 

ในค่ำคืนนี้หนุ่มๆ Bon Jovi เปิดคอนเสิร์ตด้วยเพลง ‘Who Say You Can’t Go Home’ พร้อมโซโล่กีต้าร์สุดมันส์จาก Phil X มือกีต้าร์ฝีมือฉกาจคนปัจจุบันของวง เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี ต่อด้วยเพลงคันทรีระลึกความหลังใน ‘Lost Highway’ ที่ทุกคนพร้อมใจกันตะโกนเฮ้! ไปพร้อมกับจอน และอีกหนึ่งเพลงคันทรีเจ๋งๆจากพวกเขา ‘Whole Lot of Leaving’ ก่อนจะจบด้วยท่าชูกีต้าร์ซิกเนเจอร์ยุค 80 สุดเท่ 

 

 

จอนทักทายแฟนๆว่า “ขอบคุณที่มาชมพวกเราในคืนนี้ เราดีใจมากที่ได้กลับมาแสดงที่นี่ เพราะฉะนั้นคืนนี้มาสนุกกันให้เต็มที่นะครับทุกคน” ต่อจากนั้นจอนชวนแฟนๆร่วมโบกมือตามจังหวะร็อคแรงๆของเพลง ‘Raise Your Hands’ เมื่อแฟนๆเครื่องร้อนเต็มที่แล้ว เขาก็ส่งเพลง ‘You Give Love a Bad Name’ ออกมา งานนี้แฟนๆทั้งเต้นทั้งร่วมร้องกันสนั่นฮอลล์ พวกเขาต่อด้วยเพลง ‘We Weren’t Born To Follow’ และเพลงใหม่บีทแรงๆที่เพิ่งปล่อยออกมาไม่นาน ‘We Don’t Run’ สำหรับเพลงนี้จอนบอกว่า จะทำการอัดเทปสำหรับทำมิวสิควิดีโอที่กรุงเทพฯด้วยขอให้แฟนๆเต้นกันให้สุดเหวี่ยง แน่นอนอยู่แล้วว่าแฟนเพลงชาวไทยให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ หลายๆคนสะบัดหัวผมกระจายไม่แพ้หนุ่มๆบนเวทีเลยทีเดียว ก่อนจะปิดเซ็ทเพลงเร็วสุดมันส์นี้ด้วยเพลงร็อคสุดคลาสสิค ‘It’s My Life’ ที่ทุกคนพร้อมใจประสานเสียงกันกระหึ่ม

 

 

มาพักกันด้วยเพลงทำนองสดใสชวนให้ปรบมือตาม ‘Because We Can’ และเพลง ‘Someday I’ll Be Saturday Night’ ที่จอนหยิบเอากีต้าร์อะคูสติกมาเกาเบาๆในสไตล์คันทรี พร้อมเสียงเคาะแทมโบลีนแสนกุ๊งกิ๊ง ต่อด้วยเพลงฮิตอีกเพลงหนึ่ง ‘What About Now’ ให้แฟนเพลงได้ร่วมกันประสานเสียงอีกครั้ง และเพลงร็อคขี้เล่นควบเสียงเบสสุดสะแด่ว ‘We Got It Going On’ จอนเดินไปมารอบเวทีและแวะเล่นกับคนดูสร้างความอิจฉาให้แฟนเพลงที่นั่งอยู่ไกลเป็นอย่างมาก เพลงถัดมานำด้วยเสียเปียโนสุดไพเราะ ‘In These Arms’ และ ‘Wanted Dead or Alive’ ที่ขึ้นอินโทรเพลงด้วยgเสียงกีต้าร์สแปนิชแบบคาวบอยทรงสเน่ห์ ก่อนจะผสานด้วยเสียงกีต้าร์ไฟฟ้าเปลี่ยนอารมณ์สู่ความร็อคได้อย่างยอดเยี่ยม ตามด้วยเพลง ‘I’ll Sleep When I’m Dead’ เสียงกลองกระแทกใจในเพลงนี้ทำเอาผู้ชมโยกตัวเคาะเท้าตามกันอย่างสนุกสนาน จอนยังคงดึงความสนใจของผู้ชมได้อยู่หมัด เขาตะโกนขอมือและชวนให้แฟนๆนับจังหวะ 1..2..1..2..3.. ตาม แถมตบท้ายด้วยแบทเทิลกีต้าร์ของสมาชิกในวงท้ายเพลง 

 

 

ความสนุกยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ พวกเขาต่อด้วยเพลง ‘Keep The Faith’ ที่จี๊ดด้วยเสียงกีต้าร์อิเล็คทรอนิกส์และคีย์บอร์ดสุดสะเดิด จบลงด้วยการแนะนำแบนด์ และแล้วก็มาถึงเพลงสุดท้ายสำหรับคอนเสิร์ต ‘Bad Medicine’ ทั้งวงระเบิดพลังอย่างจัดเต็ม จอนถามแฟนๆถึง 2 รอบว่า พอหรือยัง? แต่แฟนๆก็ยังเรียกร้องไม่อยากให้จบ เพลงนี้จึงลากยาวด้วยท่อนคอรัสที่จอนร้องขยี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่นานสองนาน

 

 

เข้าสู่ช่วงอังกอร์ที่ทุกคนเรียกร้องขอเพิ่ม จอนเดินออกมาขอบคุณแฟนๆที่ให้การสนับสนุนอีกครั้ง ก่อนเริ่มร้องเพลงฮิตสมัยบุกเบิก ‘Runaway’ และเพลง ‘We Don’t Run’ ซึ่งร้องเป็นรอบที่สอง โดยจอนบอกว่า จะขอเก็บภาพเพลงนี้เพิ่มอีกครั้ง นับว่าเป็นของแถมสุดพิเศษสำหรับแฟนเพลงชาวไทยที่ได้ฟังถึงสองรอบด้วยกัน ตามด้วยเพลง ‘Have A Nice Day’ และเพลงฮิตอันดับหนึ่งของพวกเขา ‘Livin’ On A Prayer’ จอนออกมาเล่นกีต้าร์อะคูสติกเพียงคนเดียว ก่อนที่แบนด์จะเข้ามาเติมเต็มช่วงกลางเพลง ด้านแฟนๆก็ร่วมร้องตามกันกระหึ่มฮอลล์ เป็นการปิดท้ายที่น่าประทับใจให้กับค่ำคืนประวัติศาสตร์นี้

 

ภาพความประทับใจจาก Singha Coperations Presents Bon Jovi Live In Bangkok