คอหนังฮีโร่ต้องอ่าน ของเก่าดีอยู่แล้ว แต่ทำไม FANTASTIC FOUR ต้องรีบู๊ตใหม่

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
1,888 ครั้ง

แชร์โพสนี้

คอหนังฮีโร่ต้องอ่าน ของเก่าดีอยู่แล้ว

แต่ทำไม FANTASTIC FOUR  ต้องรีบู๊ตใหม่

 

 

 
ก่อนจะเป็น FANTASTIC FOUR  ฉบับรีบู๊ตใหม่ในปีนี้ ขอย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของโปรเจ็กต์นี้ ในปี 2007 นักทำหนังหน้าใหม่จากลอสแองเจลีส จอช แทรงค์ ได้สร้างหนังสั้นธีม“Star Wars” ความยาว 85 วินาทีซึ่งมีชื่อว่า“Stabbing at Leia’s” คลิปนี้แพร่หลายกลายเป็นคลิปไวรัลและสร้างกระแสในอินเตอร์เน็ต ทำให้มีผู้เข้าชมนับล้านๆ ครั้งในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ความชาญฉลาดและสมจริงในคลิปนี้ดึงดูดความสนใจของผู้บริหาร Twentieth Century Fox ในไม่ช้าทางสตูดิโอก็จ้างให้แทรงค์ทำหนังยาวเรื่องแรก“Chronicle” กลายเป็นหนังทำเงินทั่วโลกและได้รับเสียงชมจากนักวิจารณ์“Chronicle” มีโทนและรูปแบบคล้ายเรียลลิตี้ซึ่งจะส่งผลต่อ FANTASTIC FOUR ในเวลาต่อมา
 
ในเวลานั้น Fox อยู่ระหว่างการพัฒนา The Fantastic Four ฉบับสร้างใหม่ด้วยความที่มีแนวคิดคล้ายกับใน “Chronicle” หนังของแทรงค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากซูเปอร์ฮีโร่ และตัวผู้กำกับรายนี้ก็ชื่นชอบคอมิกฉบับคลาสสิกของ Marvel อยู่แล้ว ผู้บริหารของทางสตูดิโอจึงตระหนักว่าได้คนที่เหมาะสมที่สุดในการนำมุมมองใหม่อันน่าตื่นเต้นมาให้ซูเปอร์ฮีโร่กลุ่มแรกของMarvel แล้ว
 
แทรงค์เป็นคนรุ่นที่เติบโตมากับหนังสือคอมิกและหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือคอมิกซึ่งมีโทนหม่นมืดชวนค้นหา สิ่งเหล่านี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้แนวทางของเขาใน FANTASTIC FOUR ฉบับใหม่นี้ “สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่ต้องกลัวว่าเป็นการล้มล้างแนวทางแบบเดิมๆ หรือท้าทายต่อสิ่งที่มันควรจะเป็น” ลำดับแรก เขาต้องการแสดงให้เห็นที่มาของทั้งสี่ในวัยเด็กก่อนเข้ามาร่วมทีม ที่สำคัญไม่แพ้กันคือเขาพยายามทำให้โทนหนังมีความสมจริง เน้นอารมณ์ และเข้าถึงได้ “พลังของพวกเขาสอดคล้องกับในหนังสือคอมิก แต่แทนที่จะมองว่าเป็นพลังวิเศษ มันกลับเป็นความท้าทายที่ทำให้แต่ละคนกลายเป็นตัวปัญหาหากต้องการกลับเข้าสู่สังคม” แทรงค์อธิบาย
 
เรื่องราวเกิดขึ้นก่อนซูเปอร์ฮีโร่กลุ่มนี้จะได้รับการยกย่องไปทั่วโลก พวกเขาไม่ได้ใส่เครื่องแบบชุดรัดรูป และยังไม่ได้ใช้ฉายาที่คุ้นเคยกันอย่าง มิสเตอร์แฟนแทสติก สาวล่องหน มนุษย์เพลิง และเดอะธิงค์ เมื่อแทรงค์มาร่วมทีมแล้ว 20th Century Fox ก็ได้เชิญไซมอน คินเบิร์กมาเขียนบทและอำนวยการสร้าง หลังจากอำนวยการสร้าง “X-Men: First Class” “X-Men: Days of Future Past” คินเบิร์กซึ่งเป็นแฟนหนังสือคอมิกมาตลอดชีวิตจึงเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดในการทำงานร่วมกับแทรงค์ใน FANTASTIC FOUR
 
คินเบิร์กเข้าร่วมทีมสร้างหนังซึ่งรับผิดชอบการดัดแปลงผลงานหลักของ Marvel เรื่องอื่นๆ ในความดูแลของ 20th Century Fox ด้วยอันได้แก่ ผู้อำนวยการสร้าง ฮัตช์ พาร์กเกอร์ ซึ่งอำนวยการสร้างทั้ง “X-Men: Days of Future Past” และ “The Wolverine”, เกรกอรี กู๊ดแมน ผู้อำนวยการสร้าง “X-Men: First Class” และแมทธิว วอห์น ผู้เขียนบทและผู้กำกับของ “X-Men: First Class”
 
คินเบิร์กวางโครงเรื่องโดยรวมว่าตัวละครเหล่านี้ควรอยู่ที่จุดไหนในอีก 10, 20 และ30 ปีข้างหน้า “งานนี้บังคับให้ผมต้องตั้งคำถามอย่างเช่นว่าพวกเขาจะมีพัฒนาการเป็นอย่างไรและจะกลายเป็นอะไร ตัวละครทั้งสี่ไม่ได้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ในตอนจบของเรื่องนี้ พวกเขายังไม่เปิดเผยตัวต่อสาธารณชน พวกเขายังไม่วางใจกับพลังที่ตนเองมีเลยด้วยซ้ำ พวกเขาไม่มีชื่อเรียกเฉพาะหรือเครื่องแต่งกายพิเศษ เรื่องราวความเป็นมานี้นำเสนอรายละเอียดปลีกย่อย ตัวละคร และความเป็นมนุษย์มากกว่า”
 
แม้ว่า FANTASTIC FOUR ได้รับการปรับให้มีความร่วมสมัยในแง่โทน การคัดเลือกนักแสดง และการออกแบบ แต่ก็ยังมีลักษณะเด่นหลายอย่างเหมือนในหนังสือ โดยหนังแสดงให้เห็นสัญลักษณ์ต่างๆ ของ Fantastic Four แต่องค์ประกอบหลักที่เก็บไว้จาก“ The Fantastic Four ”ฉบับดั้งเดิมของเคอร์บีและลีคือแนวคิดที่ว่าคนเหล่านี้เป็นเหมือนครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่ง” คินเบิร์กระบุ “เหตุผลที่คอมิกเรื่องนี้อยู่มาได้นานหลายปีก็เพราะความเป็นครอบครัวในเรื่อง นี่เป็นแก่นซึ่งเรานำมาจากหนังสือคอมิกต้นฉบับ รวมถึงความสนุกสนาน การผจญภัย และการมองโลกในแง่ดีด้วย”