‘เสมา 3’ โชว์ผลงานในรอบ 1 ปีชู 3 ขุมพลังเดินหน้าสร้างการ เรียนรู้ออนไลน์-สร้างงานสร้างอาชีพ-ก้าวสู่สังคมสุขภาวะอย่างมีคุณภาพ

โพสโดย
Pichaya Suksai
วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
95 ครั้ง

แชร์โพสนี้

ณ ห้องประชุมบุณยเกตุ วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.30 น. นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วย เลขาฯ รมว.ศึกษาธิการ และนายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ จัดแถลงข่าว และนิทรรศการแสดงผลงานตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2563 ของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) ภายใต้แนวคิด “1 ปี ณ วังจันทรเกษม สะท้อนงาน สะท้อนคน กับ กนกวรรณ วิลาวัลย์”

 

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวช่วงหนึ่งว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการจัดการการศึกษาตลอดชีวิต โดยเน้นการสร้างเสริมโอกาสทางการศึกษา ในถิ่นทุรกันดาร ให้การศึกษาเดินทางไปถึง ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ จนเรียกได้ว่า การศึกษาของเราเข้าถึงคนทุกช่วงวัย

 

ทั้งนี้ตลอด 1 ปี ที่ผ่านมานั้น สำนักงาน กศน. , สำนักงาน สช. และ สำนักงาน สลช. ได้ดำเนินงานเชิงรุก ตั้งแต่การผลักดันการเพิ่มอัตราข้าราชการครู กศน. แบบคูณ 3 โดยเป็น ครูผู้ช่วยพื้นที่สูง ครูผู้ช่วยชายแดนใต้ ครูผู้ช่วยพื้นที่ทั่วไป และครูผู้ช่วยแบบสอบแข่งขัน จำนวนกว่า 1,590 อัตรา และผู้บริหาร กศน. 140 อัตรา ส่งผลให้สามารถขยับลูกจ้างขึ้นมาเป็นพนักงานราชการ และรับสมัครบุคคลภายนอกมาทดแทนอัตรามาทดแทนอัตราจ้างที่ว่างลง

 

นอกจากนี้ สำนักงาน สช. เดินหน้าผลักดันเพิ่มสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลครูเอกชน จาก 100,000 บาทต่อคนต่อปี เป็น 150,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งรายงานเมื่อ 16 มิ.ย. ที่ผ่าน พบว่ากองทุนสงเคราะห์ได้อนุมัติสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลให้แก่ครูเอกชนแล้วกว่า 5,106 ราย ด้วยวงเงินกว่า 77 ล้านบาท

 

สำหรับ สำนักงาน สลช. ได้ดำเนินงานน้อมนำหลักสูตรจิตอาสา 904 มาใช้ในกระบวนการอบรมลูกเสือ เพื่อช่วยสร้างเสริมศักยภาพ ระเบียบวินัย และปลูกจิตอาสาให้แก่เยาวชน พร้อมนำหลักลูกเสือมัคคุเทศก์ ให้มีควาทโดดเด่นด้านภาษา และองค์ความรู้เชิงการท่องเที่ยว โดยจัดอบรมลูกเสือมัคคุเทศก์รุ่นแรก ใน 8 จังหวัด 480 คนเรียบร้อย และจัดอบรมรุ่นที่ 2 แล้วเสร็จกว่า 4,140 คนในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

 

ส่วนของการดำเนินงานในระยะต่อไป ได้วางแผนและกำหนดเป้าหมาย ที่จะสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด เรียนรู้ออนไลน์-สร้างงานสร้างอาชีพ-ก้าวสู่สังคมสุขภาวะอย่างมีคุณภาพ”

 

สำหรับแนวคิดเรียนรู้ออนไลน์ โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยสนับสนุนเป็นเครื่องมือในการจัดการศึกษา เรียนรู้ และสร้างอาชีพแก่กลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม ผ่านแอปพลิเคชัน “ONIE Online” ส่งเสริมให้ใช้ Google Classroom และพัฒนาหลักสูตรพื้นฐานของ กศน.ให้มีความทันสมัยครบถ้วน หลักสูตรอาชีพที่มีความหลากหลาย ยืดหยุ่น และตอบโจทย์ความต้องการและบริบทของแต่ละพื้นที่ และนำเทคโนโลยีมาขยายผลกับแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ของ กศน. ทั้งห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” 103 แห่ง และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง

 

ส่วนการจัดการศึกษาของเอกชน จะขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ดิจิทัล “ศูนย์ Digital Learning Center ของ สช.” ที่หลากหลายมากขึ้น เข้าถึงนักเรียน นักศึกษา กศน. และประชาชนมากขึ้น โดยเน้นให้ครูใช้ระบบออนไลน์ได้อย่างชำนาญ เช่นการใช้ Zoom, Google Classroom, Facebook Live, Microsoft Team เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ของทุกกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาระบบสวัสดิการกองทุนสงเคราะห์ออนไลน์ ให้สมาชิกได้รู้ข้อมูล ความเคลื่อนไหว และข่าวสารของกองทุนสงเคราะห์อย่างทันท่วง

 

ด้านการพัฒนาค่ายลูกเสือ 66 แห่งทั่วประเทศ ให้มีความทันสมัย นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยผลิตสื่อการเรียนรู้ การจัดแสดงนิทรรศการ แหล่งเรียนรู้ และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย รองรับการจัดกิจกรรมตามหลักสูตรจิตอาสา 904 สำหรับกระบวนการอบรมลูกเสือ และการอบรมลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยได้รับจัดสรร งบประมาณปี 2563 แล้ว จำนวน 118 ล้านบาท ซึ่งจะขับเคลื่อนในค่ายลูกเสือจังหวัด 62 ค่าย และค่ายลูกเสือในกำกับ 4 ค่าย รวมทั้งพัฒนาให้มีความพร้อมสำหรับการใช้ประโยชน์ของคนทุกช่วงวัยในพื้นที่นั้นด้วย

 

สำหรับแนวคิดสร้างงานสร้างอาชีพ ในส่วนนี้จะเน้นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ กศน.พรีเมียม ทั้ง 231 รายการ ที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ OOCC สามารถสร้างรายได้แก่ประชาชนทุกชุมชน และพัฒนาไปสู่การจดอนุสิทธิบัตร เพื่อรักษาสมบัติของคนไทยตลอดไป ดังเช่น ผ้าทอมือผักตบชวา กศน. ต.หนองน้ำใส อ.ภาชีจ.พระนครศรีอยุธยา และผ้าทอมือกล้วยไข่ชากังราว อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร

 

และแนวคิด- ก้าวสู่สังคมสุขภาวะอย่างมีคุณภาพ โดยจะพัฒนาระบบการทำงานร่วมกันสำหรับกลุ่มบุคลากรนักวิชาชีพ ภาคประชา สังคม กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการ ครอบครัว ตลอดจนผู้ดูแล ภายใต้ “การจัดการความรู้สนับสนุนเครือข่ายบูรณาการด้าน ผู้สูงอายุและคนพิการ และการบูรณาการความร่วมมือทางวิชาการและขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากร กศน. ให้มีศักยภาพในการจัดกิจกรรม กศน. เพื่อร่วมสร้างสังคมสูงอายุที่มีสุขภาวะ” รองรับการเข้าสู่สังคมสูงอายุของประเทศไทยในเร็ว ๆ นี้

 

โดยมีงานในหลายส่วนที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง ทั้งระบบการบริหารจัดการ, พัฒนาบุคลากรของ กศน. ให้มี ศักยภาพในการจัดกิจกรรม กศน. รองรับ “สังคมสูงอายุ” มิติสุขภาพสำหรับคนทุกกลุ่มวัย, ระบบการทำงานบนฐานของความรู้การสร้างสรรค์ด้วยคลังปัญญาและภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยในการดำเนินชีวิตที่พอเหมาะ พอเพียง และตื่นรู้ในการจัดการท่ามกลางภาวะภัยพิบัติ, ระบบสารสนเทศ “เว็บไซต์รวมพลัง” รองรับการจัดการเรียนรู้และข้อมูลสนับสนุนเครือข่ายบูรณาการด้านผู้สูงอายุและคนพิการ แบบ One stop service