แชร์โพสนี้

ทั่วโลกยังคงจับตาดูสถานการณ์ประท้วงในฮ่องกง เพื่อต่อต้านการผลักดันร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งจะเปิดทางให้ส่งผู้ต้องสงสัยไปดำเนินคดีในจีนแผ่นดินใหญ่

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้ประท้วงหลายพันคนซึ่งเป็นกลุ่มคุณแม่และหญิงสูงวัย ออกมาชุมนุมในเขตใจกลางเกาะฮ่องกงเพื่อประท้วงร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งการประท้วงครั้งนี้ดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อย แตกต่างจากการประท้วง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ประท้วงประมาณ 1 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 7 ของประชากรฮ่องกง ออกมาชุมนุมตามท้องถนน และเมื่อวันพุธ มีการประท้วงใหญ่อีกรอบซึ่งจบลงด้วยเหตุปะทะรุนแรง โดยตำรวจปราบจลาจลได้ยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง สลายการชุมนุม มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 70 คน ขณะที่แกนนำประท้วง ประกาศจะนัดชุมนุุมใหญ่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้

แม้มีการประท้วงต่อต้านอย่างหนัก แต่รัฐบาลจีนยังมุ่งมั่นที่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ต่อไป โดยฝ่ายนิติบัญญัติฮ่องกงกำลังเร่งขั้นตอนและเตรียมลงมติผ่านร่างกฎหมายให้ทันภายในสิ้นเดือนนี้ แต่หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่า การออกกฎหมายดังกล่าว อาจจะส่งผลเสียหายร้ายแรงทั้งต่อฮ่องกง ในฐานะศูนย์กลางการเงิน และต่อจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งกำลังทำสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา

โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ เสนอให้มีการทบทวนสถานะพิเศษของฮ่องกงเป็นรายปี ภายใต้หลักนโยบายสหรัฐ-ฮ่องกง ปี 1992 ซึ่งเป็นกรอบทางกฎหมายที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้เพื่อปฏิบัติต่อฮ่องกงเป็นกรณีพิเศษ ให้แตกต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ สหรัฐฯออกกฎหมายฉบับนี้มา เพื่อสกัดไม่ให้จีนละเมิดหลักการ “1 ประเทศ 2 ระบบ” โดยให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกคำสั่งพิเศษระงับการให้เอกสิทธิแก่ฮ่องกงบางส่วน หรือทั้งหมด