แชร์โพสนี้

ในช่วงหน้าร้อนของทุกปี หลายประเทศทั่วโลก ต้องเผชิญกับปัญหา สภาพอากาศร้อนจัด จากคลื่นความร้อน (Heatwave) ซึ่งในบางพื้นที่อาจถึงขั้นวิกฤต จนมีประชาชนเสียชีวิต อย่างเช่น อินเดีย ที่นอกจากอากาศร้อนแล้ว ยังทำให้เกิดวิกฤตการณ์ ขาดแคลนน้ำทั่วประเทศ อีกด้วย

โดยปกติแล้ว ในช่วงเดือน มิถุนายน ไปจนถึง กันยายน ของทุกปี จะเป็นช่วงฤดูร้อนของยุโรป แต่ปีนี้ มีทีท่าว่า อากาศจะร้อนที่สุด ทำให้ภายในสัปดาห์นี้ หลายพื้นที่ในยุโรป เตรียมรับมือกับปัญหานี้เช่นกัน โดยเฉพาะในหลายเมืองใหญ่ ทั้ง กรุงมาดริด , กรุงบรัสเซล , นครแฟรงค์เฟิร์ต และ กรุงเบอร์ลิน รวมไปถึง กรุงปารีส ของฝรั่งเศส ซึ่ง รายงานระบุว่า อุณหภูมิอาจแตะสูงถึง กว่า 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อากาศร้อนจัดตลอดทั้งวัน แม้กระทั่งช่วงเวลากลางคืน

ทางด้าน เว็บไซต์ AccuWeather ที่รายงานเกี่ยวกับสภาพอากาศ ระบุถึงสาเหตุ เกิดจากพายุที่กำลังปกคลุมทั่วมหาสมุทรแอตแลนติก อยู่ในขณะนี้ บวกกับ สภาพความกดอากาศสูง ที่ปกคลุมเหนือพื้นที่ ทางยุโรปตอนกลาง และ ตะวันออก ส่งผลให้ดูดเอาความร้อน จากทวีปแอฟริกา เข้ามาในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำว่า สภาพอากาศร้อนในครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบ และ เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ด้วย

โดยเฉพาะที่ กรุงปารีส ที่ต้องเผชิญกับปัญหาอากาศร้อน ซึ่งอาจทำลายสถิติที่เคยมีมา โดยกรมอุตุนิยมวิทยาของฝรั่งเศส ระบุว่า เมื่อวานนี้ (24 มิถุนายน) กรุงปารีส มีอุณหภูมิสูงถึง 35 องศาเซลเซียส และ คาดว่าอุณหภูมิจะสูงที่สุด ในวันพฤหัสบดี และ ศุกร์ นี้ ทำให้ทางการต้องยกระดับ แผนรับคลื่นความร้อน เป็นระดับ 3 จาก 4 ระดับ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา

โดยมีการประกาศใช้มาตรการพิเศษต่าง ๆ เช่น การเปิดห้อง”Cool Rooms”ตามอาคารสาธารณะ และ พื้นที่ต่างๆ ทั่วเมือง กว่า 900 แห่ง , ขยายเวลาในการ เปิด-ปิด สระว่ายน้้ำ และ น้ำพุ ตามสวนสาธารณะ ไปจนถึงช่วงดึก (ประมาณ 4 ทุ่ม) , และ ฉีดละอองน้ำ ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วเมือง เพื่อคลายร้อนให้กับให้ประชาชน นอกจากนี้ ยังมีการแจกจ่ายพัด และ น้ำดื่ม จำนวนกว่า 5,000 ขวด ให้กับคนไร้บ้านทั่วเมือง อีกด้วย 

ทางด้านประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ก็ได้สั่งการให้โรงพยาบาล และ สถานที่บริการสำหรับผู้สูงอายุ ในเมือง เตรียมรับมือ และ ให้บริการผู้ป่วย ที่มีอาการเป็นลมหมดสติ และ อาการที่อาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ จากภาวะ Heat Stroke โดยจากสถิติที่ผ่านมา ฝรั่งเศส เคยเผชิญกับปัญหาคลื่นความร้อนร้ายแรงที่สุด ช่วงเดือน กรกฎาคม-สิงหาคม ปี 2543 ซึ่งในครั้งนั้น มีอุณหภูมิสูงถึง 44.1 องศาเซลเซียส และ มีประชาชนเสียชีวิต จำนวนกว่า 15,000 คน 

ขณะที่ กรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ซึ่งคาดว่าในวันนี้ อุณหภูมิอาจสูงถึง 32 องศาเซลเซียส โดยทางการได้ออกประกาศเตือน ให้ประชาชนหลีกเลี่ยง การอยู่กลางแจ้ง , หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล เพราะอาจทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงจนเป็นอันตราย พร้อมทั้ง เตือนชาวเมืองให้ระวัง ปัญหามลภาวะที่จะเพิ่มขึ้น ตามสภาพอากาศ ถึงแม้ว่า จะยังไม่อยู่ในระดับอันตราย แต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยง ที่จะกระทบต่อสุขภาพ 

เช่นเดียวกับที่ สเปน ทางการได้ออกประกาศเตือนหลายเมืองทั่วประเทศแล้ว ในการเผชิญกับสภาพที่ร้อนจัด โดยเฉพาะทางตะวันออกเฉียงเหนือ ในเมือง Zaragoza (ซาราโกซา) และ Logrono (โลโกรโย) ที่จะได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุด ซึ่งอาจมีอุณหภูมิ สูงถึง 45 องศาเซลเซียส ส่วนที่ กรุงมาดริด เมืองหลวง จะมีอุณหภูมิอยู่ที่ ประมาณ 41 องศาเซลเซียส  

ล่าสุด ทางด้านสำนักข่าว CNN ได้หยิบยกรายงาน ผลการศึกษาของนักวิทยาศาตร์ ที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Nature Climate ว่า ในอนาคต หลายประเทศทั่วโลก ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด โดยอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนทำลายสถิติ ที่เคยมีมาในทุก ๆ ปี และ จะร้ายแรงที่สุด ในช่วงปลายศตวรรษที่ 21 โดยที่ประเทศที่กำลังพัฒนา และ หมู่เกาะขนาดเล็ก จะต้องเผชิญกับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งทั้งหมดก็เป็นผลพวงมาจาก ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33