แชร์โพสนี้

ราคาธัญพืชที่ตกต่ำ เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ทำให้เกษตรกรชาวอเมริกันจำนวนมากหันมาปลูกกัญชงแทน ซึ่งก่อนหน้านี้ เคยถือเป็นพืชผิดกฎหมาย

ต้นกัญชง ถูกจัดให้เป็นพืชเสพติด ประเภทเดียวกับกัญชา แต่ความจริงแล้วต้นกัญชงมีสารเสพติดที่ต่ำกว่ากัญชามาก กำลังได้รับความสนใจปลูกเพื่อใช้ทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตั้งแต่อาหารไปจนถึงวัสดุก่อสร้าง และน้ำมันกัญชง หรือ CBD oil ที่มีสรรพคุณรักษาโรคได้สารพัดตั้งแต่นอนไม่หลับ รักษาสิวและโรคหัวใจ

ความสนใจกัญชงเพิ่มสูงขึ้น หลังจากมีการผ่านร่างกฎหมาย Farm Bill ปี 2018 เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อถอดกัญชงออกจากรายชื่อสารต้องห้าม ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรหรือ USDA พร้อมกับมีการออกกฎระเบียบใหม่ว่า เกษตรกรที่ต้องการปลูกกัญชง จะต้องขอใบอนุญาตจาก USDA แต่ขณะนี้ USDA ยังไม่พร้อม จึงให้แต่ละรัฐเป็นผู้ออกใบอนุญาตไปก่อน

Eric Steenstra ประธานกลุ่ม Vote Hemp ที่สนับสนุนการปลูกกัญชง คาดว่า ปีนี้จะมีการปลูกกัญชงในเชิงอุตสาหกรรม เพิ่มเป็น 2 เท่าจากปีที่แล้ว ซึ่งมีพื้นที่ปลูกเกือบ 2 แสนไร่ เหตุเพราะเกษตรกรหลายรายกำลังประสบปัญหาในการปลูกข้าวโพดและถั่วเหลือง ซึ่งราคาร่วงหนัก หลังจากจีนขึ้นภาษีร้อยละ 25 เพื่อตอบโต้กำแพงภาษีของสหรัฐฯ และมีแนวโน้มว่าสงครามการค้าจะยืดเยื้อ ในขณะที่ตลาดกัญชงกำลังขยายตัว โดยปีที่่ผ่านมา ยอดขายกัญชงในสหรัฐฯเพิ่ม 1 พัน 100 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเพิ่มถึง 1 พัน 900 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2022

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33