น้ำแข็งในทะเลแบริ่งละลายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อระบบนิเวศ-การประมง นักวิทย์ฯเร่งหาสาเหตุ

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
481 ครั้ง

แชร์โพสนี้

มีรายงานที่น่าตกใจว่า น้ำแข็งในทะเลแบริ่งกำลังหดหายไปอย่างรวดเร็ว ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับชุมชนชาวพื้นเมือง สัตว์ทะเล รวมถึงไปถึงอุตสาหกรรมประมงในทะเลแบริ่ง แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุแน่ชัดถึงสาเหตุ

ScienceMag วารสารวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา รายงานว่า น้ำแข็งช่วงปลายฤดูหนาวของทะเลแบริ่ง ลดปริมาณลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี รายงานระบุว่า ในเดือนมีนาคมของทุกปี น้ำแข็งทะเลจะแผ่ขยายจากทางตอนใต้ของทะเลแบริ่ง ไปถึงบริเวณรอบหมู่เกาะ Aleutian แต่ในปี 2018 มันแผ่ขยายไปถึงแค่รัฐอะแลสก้าเท่านั้น / น้ำแข็งที่หดหายไปอย่างรวดเร็วนี้อาจเกิดจากทิศทางลมและอุณหภูมิของน้ำทะเล ซึ่ง ScienceMag อธิบายว่า สาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ทำให้กระแสลมกรดขั้วโลก หรือ Polar Jet Stream เปลี่ยนไป และพัดพาลมที่อุ่นกว่ามายังทะเลแบริ่ง ส่งผลให้น้ำแข็งหายไป

ขณะที่นาย Seth Danielson นักสมุทรศาสตร์ชี้ว่า น้ำแข็งอาจหายไปเพราะอุณหภูมิในทะเลแบริ่งเพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลที่รวบรวมได้ช่วงต้นปี 2018 ชี้ว่า ทะเลอุ่นกว่าปกติ 2 องศา และส่งผลให้เกิดน้ำแข็งช้าลง 3 สัปดาห์ ส่วนอีกสาเหตุหนึ่ง อาจเกิดจากมีน้ำแข็งปกคลุมทะเลน้อยลงตั้งแต่ปี 2017 เนื่องจากความร้อน

น้ำแข็งทะเลที่หายไปในปี 2018 ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลและระบบนิเวศวิทยาในพื้นที่ โดยส่งผลต่อประชากรแพลงก์ตอนสัตว์, สาหร่าย, ปลาและนกทะเล

อุณหภูมิที่เปลี่ยนไปยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมประมงของชาวอเมริกา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลแบริ่งด้วย โดยถ้าน้ำแข็งทะเลยังลดลงอย่างต่อเนื่อง โรงงานปลาที่อยู่ทางเหนือ ก็อาจจะอยู่ไกลจากแหล่งประมงเกินไป และทำให้ต้นทุนขนส่งแพงขึ้น

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33