เอเชียติดแชมป์ ใช้ Smart Card มากที่สุด และถูกปลอมแปลงบัตรมากที่สุด

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
241 ครั้ง

แชร์โพสนี้

Smart Card หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ถูกฝังชิพคอมพิวเตอร์ไว้ภายในบัตร ซึ่งจะมีข้อมูลต่างๆ บันทึกอยู่ในรูปแบบของข้อมูลดิจิทัล ที่มีการรักษาความปลอดภัยไว้อย่างดี

ปัจจุบัน Smart Card มีอยู่ 2 ประเภท คือแบบ Contact Smart Card เป็นบัตรที่ต้องใช้กับเครื่องอ่านเท่านั้น และแบบ Contactless Smart Card เป็นบัตรที่เวลาจะใช้งาน ไม่ต้องใช้เครื่องอ่าน เพียงแค่นำบัตรไปวางไว้ใกล้หรือแตะกับอุปกรณ์เครื่องรับสัญาณเท่านั้น โดยทั่วไปบัตรประเภทนี้ มักจะใช้กับการดำเนินการรายการที่ต้องใช้ความรวดเร็ว อย่าง การชำระเงินค่าโดยสารรถไฟฟ้า หรือค่าทางด่วน และบัตรประเภทนี้ ยังเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจจากผู้ให้บริการแทบทุกบริการ เนื่องจากมีความปลอดภัย และราคาถูก

จากข้อมูลของ Technavio.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จัดทำรายงานทางการตลาดของบริษัทเทคโนโลยี เผยว่า เมื่อย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มูลค่าทางการตลาดของบัตรแบบ Contactless Smart Card อยู่ที่ประมาณ 6 หมื่น 3 พันล้านบาท และได้มีการคาดการณ์ว่า ในปีหน้ามูลค่าจะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 2 แสน 7 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโตสูงถึ3 32.5% โดยบัตรที่ใช้งานมากที่สุดก็คือ บัตรประชาชน รองลงมาเป็นบัตรรถโดยสารสาธารณะ และบัตรที่ออกโดยธนาคารตามลำดับ

Weijin Lee ผู้อำนวยการประจำภูมิเอเชียแปซิฟิกภาคฝ่าย Secure Issuanceของ HID Global“แน่นอนว่าเทคโนโลยีมีส่วนช่วยในการพัฒนาการใช้งาน smart card มาก ๆ เช่น ในปัจจุบัน ทั้งเอกสารทางราชการ, บัตรที่ใช้เดินทางเข้า-ออก หรือแม้กระทั้งบัตรของธนาคาร ถ้าหากพูดถึงเอกสารทางราชการก็ได้แก่บัตรประจำตัวประชาชน, หนังสือเดินทาง, ใบอนุญาตขับขี่, บัตรรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงบัตรประจำตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และอื่น ๆ อีกมากมาย สำหรับบัตรที่ใช้เดินทางเข้าออก ในประเทศไทย คงต้องบอกเลยว่าบัตร Rabbit และ MRT เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ผู้คนชอบที่จะใช้บัตรรูปแบบนี้ในการเดินทางเนื่องจากสะดวกสบาย ส่วนบัตรของธนาคารซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยจากกระเป๋าตัง ซึ่งก็มีทั้งบัตรเดบิตและบัตรเครดิต และทั้งหมดคือความสำคัญของ Smart Card”

ในขณะเดียวกัน การถูกปลอมแปลงบัตร ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็น ที่ผู้ใช้งานต้องระมัดระวังในการใช้ รวมถึงหน่วยงานที่ผลิตบัตร ก็ต้องมีเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากปัจจุบันเครื่องพิมพ์บัตร มีจำหน่ายในตลาดค่อนข้างเยอะ

Weijin Lee ยังเผยอีกว่า “หากพูดถึงบัตรปลอม สิ่งแรกที่เราต้องทำความเข้าใจก่อนเลยคือแรงจูงใจหรือเป้าหมายในการกระทำนั้น โดยปกติแล้วคนที่ทำการปลอมแปลงบัตรส่วนใหญ่ก็จะมีเรื่องของเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง และนั้นทำให้เราต้องตระหนักและระมัดระวังบัตรปลอม เรารับรู้และเข้าใจการหลีกเลี่ยงบัตรปลอมเหล่านั้น นอกจากนี้สิ่งแรกก่อนที่เราจะทำการจัดทำบัตรออกไป คุณต้องเข้าใจอย่างครอบคลุมถึงเป้าหมายและจุดประสงค์ที่เราได้มีการกำหนดไว้ก่อนที่จะมีการจัดทำบัตรขึ้นมา และนั้นทำให้เราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในหลักการทำงานของบัตร (operating system) การจัดเก็บข้อมูล (data storage) และ การส่งต่อข้อมูล (data transmission) และแน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือทุกวันนี้การจัดทำบัตรปลอมนั้นสามารถทำได้ง่าย ไม่ใช้เรื่องยากเลย เนื่องจากปัจจุบันมีเครื่องปริ้นเตอร์อยู่ทุกที่ แต่วิธีการที่จะป้องกันไม่ให้คนทำการปลอมแปลงบัตรต่างหากคือสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงมากที่สุด ”

นอกจากนี้ ยังพบว่าในภูมิภาคเอเชีย เป็นภูมิภาคที่ใช้งาน Smart Card ทั้ง 2 ประเภทมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ ด้วยเพราะการพัฒนาเมือง จนกลายเป็นมหานครขนาดใหญ่ และมีจำนวนประชากรเพิ่มมากอย่างต่อเนื่อง ทำให้เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีความต้องการใช้ Smart Card สูงตามไปด้วย

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33