แชร์โพสนี้

FBI เผยมีการรายงานเมื่อปี 2560 เกิดอาชญากรรมจากความเกลียดชังเพิ่มขึ้น 17% ทั่วสหรัฐฯ ขณะที่อาชญากรรมลักษณะเดียวกันนี้ยังเพิ่มขึ้นในอังกฤษ และเวลส์ สูงถึง 40% และเหยื่อเกินครึ่งหนึ่งเป็นชาวมุสลิม 

สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) เปิดเผยรายงานสถิติ การเกิดอาชญากรรมในสหรัฐฯ ที่เกิดจากความเกลียดชัง จากทั้งเชื้อชาติ และ ศาสนา ในปีที่ผ่านมา (2560) มีรายงานคดีอาชญากรรมจากความเกลียดชัง สูงถึง 7,175 คดี ซึ่งคิดเป็นสถิติเพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกัน ของปี 2559 (ซึ่งมีจำนวนอยู่ที่ 6,121 คดี) ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นปีที่ 3 แล้ว 

โดย FBI เผยว่า จากจำนวนคดีอาชญากรรมกว่า 7 พันคดีนี้ ชาวยิว ตกเป็นเป้าหมาย ของการก่อคดีจากความเกลียดชัง เพิ่มขึ้น อยู่ที่ 983 ราย โดยพวกเขาต้องเผชิญทั้งการข่มขู่, ทำลายทรัพย์สิน รวมทั้ง การประทุษร้ายร่างกาย 

ยกตัวอย่าง คดีจากความเกลียดชัง เช่น เหตุการณ์ล่าสุด เมื่อช่วงกลางดือนตุลาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายกราดยิงผู้คน ที่โบสถ์เก่าแก่ ของชุมชนชาวยิว ในเมือง พิตต์สเบิร์ก ในรัฐเพนซิลเวเนีย ของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บอีก 6 คน 

นอกเหนือ จากการเกิดอาชญากรรมต่อพลเมืองเชื้อสายยิว ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแล้ว ชาวอเมริกันผิวสี ยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ของการก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชัง โดยมีจำนวนคดี อยู่ที่ 2,013 คดี จากกว่า 7,000 คดี (เกือบ 16 %)

อย่างไรก็ตาม ทาง FBI ยังระบุเพิ่มเพิ่มเติมว่า ข้อมูลที่รวมรวมได้นี้ อาจยังไม่สามารถบ่งบอกถึง สถานการณ์ หรือ ระดับความเลวร้าย ในการมีอคติ เกี่ยวกับความแตกต่างทาง เชื้อชาติ และ ศาสนาได้ 

เนื่องจาก เมื่อปีที่แล้ว ทาง FBI ได้ขอความร่วมมือ ให้หน่วยงานบังคับใช้กฏหมาย ในสหรัฐฯ ราว 16,000 แห่ง รวบรวมรายงานคดีอาชญากรรมลักษณะนี้ แต่ทาง FBI กลับได้รับรายงานจากเพียง 2,000 หน่วยงานเท่านั้น

นอกจากทางฝั่งสหรัฐฯ ที่ออกมาแสดงความกังวล เกี่ยวกับอัตรการเพิ่มขึ้นของคดีอาชญากรรมจากความเกลียดชังแล้ว ทางกระทรวงมหาดไทยอังกฤษ ก็ได้เปิดเผยสถิติใหม่ เช่นกัน

โดยระบุไว้ว่า มีจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของเหยื่อ จากคดีอาชญากรรมในอังกฤษ ระหว่างปี 2560-2561 เป็นชาวมุสลิม ขณะที่กลุ่มเป้าหมายรองลงมาคือ ชาวยิว โดยความเกลียดชังทางศาสนานี้ ส่งผลให้ตัวเลขอัตราการเกิดอาชญากรรม สูงขึ้นถึง 40%

หลังจากรายงานดังกล่าว ถูกเผยแพร่ออกมา ทางประธานคณะผู้แทนของชาวยิวในอังกฤษ ได้โพสต์ข้อคววาม ไว้ใน Twitter ที่มีใจความสำคัญ ว่า ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว เป็นเรื่องที่น่าตกใจ พร้อมเรียกร้องให้ทางการ หามาตรการแก้ไขปัญหานี้ อย่างเร่งด่วน

โดยทางเจ้าหน้าที่ของอังกฤษ คาดว่า การที่อาชญากรรมจากความเกลียดชัง ที่มีต่อศาสนา เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการโจมตีของผู้ก่อการร้าย เช่น ที่ สะพาน Westminster , London Bridge , แมนเชสเตอร์ อารีน่า , และ Borough Market ที่เกิดคดีขึ้นในปี 2560

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีสถิติยืนยันว่า อาชญากรรมจากความเกลียดชังในอังกฤษ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่หลายฝ่าย ยังคงเชื่อว่า น่าจะมีอีกหลายคดี ที่ไม่ได้รับการบันทึก หรือ รายงาน เช่นเดียวกับในสหรัฐฯ

ขณะที่ ทางกลุ่มแพทย์ ในสหรัฐฯ ก็ได้ออกมาเรียกร้อง ให้รัฐบาล แก้ไขกฎหมายการใช้ปืน เพื่อลดอัตราการเกิดคดีอาชญากรรม เช่นกัน 

โดยพวกเขาได้อธิบายว่า ผู้ป่วยอุบัติเหตุ ที่พวกเขาพบ ตลอดระยะเวลาการทำงานในหน้าที่แพทย์ พยาบาล หรือ ผู้ช่วย นั้น ทำให้พวกเขาทราบว่า ความรุนแรง และ ความสูญเสียที่เกิดในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ เกิดมาจากการใช้ปืน พวกเขาจึงได้ออกมารณรงค์และเรียกร้อง ให้ทางสมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ (N.R.A.) แก้ไขกฎหมายการใช้ปืนโดยด่วน 

อย่างไรก็ตาม ทาง NRA กลับทวิตข้อความสวนกลับ คำเรียกร้องขอกลุ่มแพทย์ว่า การเรียกร้องดังกล่าว ไม่ใช่หน้าที่ของแพทย์แต่อย่างใด

ทำให้กลุ่มแพทย์ ต่างออกมาโพสต์รูปภาพ ในช่วงเวลาการช่วยเหลือคนไข้ ที่บาดเจ็บจากการถูกยิง ภายในโรงพยาบาล พร้อมประกาศว่า ความรุนแรงของอาวุธปืน ยังคงเป็นวิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุขในสหรัฐฯ ที่ทุกฝ่ายควรตระหนักถึง เช่นกัน 

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.25 – 04.50น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33