แชร์โพสนี้

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ(FDA)ออกมาเปิดเผยว่า การใช้บุหรี่ไฟฟ้า ได้กลายเป็น”โรคระบาด”ในกลุ่มวัยรุ่น จึงทำให้ทางหน่วยงาน ตัดสินใจเตรียมดำเนินการกับผู้ขายขั้นเด็ดขาดที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อชะลออัตราที่คนหนุ่มสาวติดยาเสพติด ในขณะนี้

Scott Gottlieb กรรมธิการ FDA เผยว่า ผลิตภัณฑ์บุหรี่อไฟฟ้า มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ผู้ใหญ่ เปลี่ยนจากการสูบบุหรี่แบบเดิม ไปเป็นบุหรี่ไฟฟ้าแทน เพราะพวกมันไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น โรคมะเร็งปอด ที่เกิดจากการเผาไหม้ยาสูบ 

อย่างไรก็ตาม บุหรี่ไฟฟ้า ยังคงมีสารนิโคติน ที่อาจมีผลเสียต่อสมองที่กำลังพัฒนาของกลุ่มวัยรุ่นผู้ใช้ นอกจากนี้ผู้ที่ติดนิโคตินจากบุหรี่ไฟฟ้า ก็ยังมีโอกาสที่จะกลับไปสูบบุหรี่แบบเดิมได้

เนื่องจากความเสี่ยงด้านสุขภาพนี้ ทำให้ทาง FDA จำเป็นต้องออกมาดำเนินการเชิงรุก อย่างเช่น การกำจัดน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีรสชาติต่าง ๆ ออกจากตลาด หรือกำหนดให้ผู้ผลิต จำกัดปริมาณสารนิโคติน เพื่อลดความเสี่ยงการติดสารเสพติดนี้ให้น้อยลง

Scott Gottlieb กล่าวเสริมว่า โดยส่วนตัวนั้น เขามีความเห็นว่า กลุ่มผู้ผลิตสินค้านี้ เน้นทำการตลาดในกลุ่มวัยรุ่น แม้กระทั่งในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา และใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์มากเกินไป โดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องสุขภาพ และปัญหาที่จะตามมา หลังจากใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า

ทาง FDA จึงได้ส่งจดหมายแจ้งเตือนไปยังร้านค้ากว่า 1,100 ราย รวมถึงร้านค้าปลีกทั่วไป ให้ยุติการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้กับวัยรุ่น พร้อมกันนี้ ยังมีการลงโทษปรับกับผู้ฝ่าฝืนแล้ว 131 ราย

นอกจากนี้ ทางหน่วยงาน ยังส่งเรื่องไปยัง 5 ผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ให้หาวิธีลดความนิยมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มวัยรุ่นภายใน 60 วัน และหากไม่สามารถทำได้ ทางหน่วยงานจะมีสิทธิ์พิจารณาให้ผู้ผลิตทั้งหมด ไม่สามารถจำหน่ายสินค้าในสหรัฐฯได้อีก นอกเหนือจากการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ ทาง FDA ยังได้เปิดตัวแคมเปญเพื่อให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับนิโคติน อีกด้วย

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก