แชร์โพสนี้

บริษัท Perpetual Guardian ของนิวซีแลนด์ ทดสอบให้พนักงานทำงานแค่สัปดาห์ละ 4 วัน โดยจ่ายเงินเดือนเต็มจำนวน ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาถือได้ว่าประสบผลสำเร็จอย่างเห็นได้ชัด พนักงานมีความพึงพอใจมากขึ้น มีความมุ่งมั่นทำงานได้ดีขึ้น และเครียดน้อยลง

ผู้คนในวัยทำงานจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันต่างมีความต้องการที่จะสร้างสมดุลระหว่างการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวันให้มากขึ้น จึงทำให้เกิดคำถามว่า วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ซึ่งเป็นเวลาการทำงานของบริษัท โดยทั่วไปนั้น เป็นระยะเวลาการทำงาน ที่เหมาะสมแล้วหรือไม่

บางบริษัทในนิวซีแลนด์ จึงได้นำแนวความคิดนี้มาปรับใช้ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มพนักงานของตน อย่างเช่น เพอร์เพทชวล การ์เดียน (Perpetual Guardian) บริษัทด้านการลงทุน และอสังหาริมทรัพย์ ที่เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ทดลองออกนโยบาย ปรับเปลี่ยนเวลาการทำงาน โดยให้พนักงาน 240 คน ทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน จากปกติทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน เป็นระยะเวลา 2 เดือน (มีนาคม-เมษายน) แต่ยังคงจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน ในจำนวนเท่าเดิม รวมถึงลดเวลาการประชุมลง จาก 2 ชั่วโมง เหลือเพียง 30 นาที เท่านั้น

ผลลัพธ์ที่ได้ คือ พนักงานที่ได้วันหยุดมากขึ้น มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในการทำงาน และยังมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากมีเวลาทำกิจกรรมต่างๆ กับครอบครัว รวมถึงมีเวลาพักผ่อนส่วนตัว มากขึ้น

ข้อมูลจากการสำรวจ ความคิดเห็นพนักงานที่เข้าร่วมการทดลองยังพบว่ากว่า 78% พอใจกับการลดเวลาดังกล่าว ที่ทำให้พวกเขา ค้นพบกับความสมดุลชีวิตได้อย่างลงตัว และสามารถช่วยให้ความเครียดจากการทำงานลดลงถึง 7% และ กระตุ้นให้พนักงานมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานได้ดีขึ้น 5% 

พวกเขายังเสริมว่า ทุกคนรู้สึกได้ ถึงความกระฉับกระเฉง เนื่องจากมีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ และยังมีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานมากขึ้น ทำให้งานทุกชิ้นเสร็จเร็วขึ้น 

ส่วนความสัมพันธ์ ระหว่าง พนักงานในบริษัทเดียวกันนั้น ที่หลายคนคิดว่า อาจน้อยลง เนื่องจากพวกเขามีเวลาพบปะกันเพียงแค่ไม่กี่วัน ในหนึ่งสัปดาห์นั้น กลับพบว่า พนักงานสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ดี ขึ้นกว่าเดิมถึง 18% 

ด้านนาย Andrew Barnes ผู้ก่อตั้งบริษัทดังกล่าว เผยว่า เขานำแนวคิดนี้มาใช้ เนื่องจากอยากที่จะหาความเชื่อมโยงระหว่างเวลาการทำงาน และผลผลิตของบริษัท จึงเล็งเห็นว่า วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่าย และ เป็นแนวความคิดที่ธรรมชาติที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมา สะท้อนให้หลายๆ บริษัทเห็นแล้วว่า ทั้งสองสิ่งนี้ มีความเชื่อมโยงกันอย่างแท้จิง 

และยังกล่าวเสริมว่า นอกจากผลผลิตของบริษัท ที่แปรผันตามความสุข ที่เพิ่มขึ้นของพนักงานแล้ว ผลของการลดเวลาการทำงานเหลือเพียง 4 วันต่อสัปดาห์นี้ ยังลดค่าไฟของบริษัทโดยรวม ได้ถึง 20%

ด้านนาย Iain Lees-Galloway รัฐมนตรีกระทรวงความสัมพันธ์ ในที่ทำงานของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า ผลการทดลองในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก และทางกระทรวงฯ จะสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ หันมานำหลักการทำงานที่ยืดหยุ่นนี้ มาใช้ในระยะยาวให้มากขึ้น เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รวมถึงคุณภาพชีวิต ของคนวัยทำงาน อีกด้วย 

ซึ่งก่อนหน้านี้ มีบางประเทศ ที่มีข่าวลดชั่วโมงการทำงานลง ได้แก่ เยอรมนี ที่ลดชั่วโมงการทำงาน จาก 35 ชั่วโมง เหลือ 28 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เนื่องจาก ทางสหภาพแรงงาน เห็นว่า การทำงานมากเกินไป ส่งผลให้ประชาชน ใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่ มีความสุขน้อยลง และ ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ด้วย

นอกจากนี้บริษัทอื่นๆ ในอีกหลายประเทศ ยังหันมาเอาใจใส่ ช่วงเวลาพักผ่อนของพนักงาน โดยการเพิ่มเวลาพักกลางวัน เป็น 2 ชั่วโมง เพื่อให้พนักงานได้มีเวลาทานอาหาร พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนร่วมงาน เดินเล่น หรืองีบพักผ่อน ได้อย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมพร้อมร่างกาย ให้สามารถกลับมาทำงานต่อ ได้อย่างมีคุณภาพ อย่างเช่น สเปน ฝรั่งเศส กรีซ และสวีเดน 

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33