ทีมแพทย์ในสหรัฐอเมริกา ระบุผลการวิจัยครั้งใหม่เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมแล้วว่า ผู้ป่วยในระยะเริ่มต้นไม่มีความจำเป็น ต้องเข้ารับการทำคีโม หรือ เคมีบำบัด  

 

มีผลการวิจัย จากทีมแพทย์ในสหรัฐอเมริกา ที่ใช้เวลาการศึกษา และ ติดตามกลุ่มตัวอย่าง ยาวนาน ถึง 9 ปี ออกมาแล้วว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ในระยะเริ่มต้น ไม่มีความจำเป็นต้องใช้การรักษาด้วยคีโม (chemotherapy) หรือ เคมีบำบัด ซึ่งจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงในทางลบ และสร้างความเจ็บปวด ให้แก่ร่างกายผู้ป่วย ในระหว่างที่เข้ารับการรักษา 

การวิจัย และ ค้นคว้านี้ ได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์วิจัยโรคมะเร็ง Albert Einstein มหานครนิวยอร์ก ซึ่งได้มีการติดตาม กลุ่มผู้ป่วยตัวอย่าง จำนวนถึง 10,273 ราย โดยแยกกลุ่มผู้ป่วย ออกเป็น 2 กลุ่ม และ ใช้การรักษาที่แตกต่างกัน 

โดยกลุ่มแรก ถูกใช้วิธีการรักษาด้วยฮอร์โมน (Hormonal Treatment ) ร่วมกับ การทำคีโม (chemotherapy) ส่วนในกลุ่มที่ 2 จะใช้เพียงวิธีการรักษา ด้วยฮอร์โมนอย่างเดียว 

ซึ่งผลที่ออกมาปรากฎว่า ทั้งสองกลุ่ม มีจำนวนตัวเลขอัตราการรอดชีวิต และ การสามารถทำลายเชื้อมะเร็งได้สำเร็จเท่ากัน ซึ่งสรุปได้ว่า คีโม หรือ เคมีบำบัด ไม่มีความจำเป็น ต่อกลุ่มผู้ป่วยประเภทนี้แต่อย่างใด 

ขณะนี้ สถาบันการแพทย์หลายแห่ง กำลังนำผลวิจัยนี้ ไปปรับใช้สำหรับการรักษาคนไข้ของตน แต่ก็จะสามารถใช้ได้เพียงกลุ่มผู้ป่วย ที่ตรวจพบในระยะเริ่มต้น เพียงเท่านั้น สำหรับผู้ป่วยในระยะเชื้อลุกลาม ยังคงต้องใช้คีโมต่อไป  

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

Comments

comments