องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นของรัฐโรดไอแลนด์ (Rhode Island) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออก ของสหรัฐอเมริกา ลงมติเป็นเอกฉันท์ ออกกฎหมายฉบับใหม่ ห้ามร้านค้าจัดจำหน่ายลูกโป่ง รวมถึงงดใช้ลูกโป่งในทุกกิจกรรม หรือเพื่อตกแต่งภายในงานเลี้ยงรื่นเริงต่างๆ 

โดยกฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้ทั้งพื้นที่ภายในตัวเมือง และครอบคลุมไปจนถึงพื้นที่ของเกาะนอกชายฝั่งอย่างบล็อกไอแลนด์ (Block Island) ด้วย 

นาย เคนเน็ธ ลาคอสต์ อดีตผู้ว่าการสภาท้องถิ่นของรัฐ ให้เหตุผลว่า สาเหตุหนึ่งของการออกกฎหมาย มาจากที่ก่อนหน้านี้ ประชาชนในเมืองนิว ชอร์แรม (New Shoreham) บนเกาะ Block Island ได้รายงานถึงปัญหาขยะตามชายหาด ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นเศษขยะจากลูกโป่ง รัฐจึงได้ตั้งเป้าในการออกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ข้างต้น

โดยข้อมูลจากหลายองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม อธิบายว่า ลูกโป่งที่ถูกปล่อยสู่ท้องฟ้า จะตกลงในมหาสมุทรในเวลาต่อมา หลังจากนั้น มันจะถูกคลื่นทะเลซัดเข้าสู่ชายฝั่ง สร้างความสกปรกให้กับชายหาด อีกทั้ง ยังส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่า และสัตว์ทะเล ที่อาจกินสิ่งเหล่านี้เข้าไปด้วย

ทางด้าน บัลลูน โบว์ล (Balloon Blow) องค์กรไม่แสวงผลกำไร ที่รณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงภัยจากการปล่อยลูกโป่งสู่อากาศ ได้ออกมาให้คำเตือนแก่ประชาชน บนเว็บไซต์ขององค์กร รวมถึงยกตัวอย่างสัตว์ ที่ได้รับผลกระทบจากขยะอย่างลูกโป่ง อีกทั้ง ยังแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ลูกโป่งที่ผลิตจากยาง ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าแทนการใช้ลูกโป่งแบบเดิมที่ทำจากพลาสติก

ซึ่งองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นโรดไอแลนด์ จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายห้ามการซื้อ-ขาย หรือใช้ลูกโป่ง ในวันนี้เป็นวันแรก (9 เม.ย.) โดยผู้ที่ฝ่าฝืนจะถูกปรับเป็นเงินสูงสุดจำนวน 200 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6,600 บาท เหมือนกับเมืองอื่นๆ ที่มีการบังคับใช้กฎหมาย ห้ามการซื้อ-ขาย และใช้ลูกโป่งไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่น Provincetown และ Nantucket ในรัฐแมสซาชูเซตส์

เช่นเดียวกับที่ออสเตรเลีย ที่สมาชิกขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น แดร์บิน (Darebin) ในเมืองเมลเบิร์น เห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ ให้บังคับใช้กฎหมาย ห้ามประชาชนที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือ ของเมลเบิร์น ได้แก่ เขตชานเมือง เพรสตัน (Preston) , นอร์ธโค้ต (Northcote) , และ ธอร์นเบอรี่ (Thornberry) ซื้อขาย หรือ ใช้ลูกโป่ง รวมถึง บรรจุภัณฑ์อาหารจากพลาสติก ประเภทใช้แล้วทิ้งในเกือบทุกๆ เทศกาล ทั้งยังห้ามใช้ในที่ประชุมสภาด้วย 

ขณะที่ นาย เทรนต์ แม็คคาร์ธี (Trent McCarthy) ที่ปรึกษาของพรรค Australian Greens กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายใหม่ แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรเป็นอย่างมากที่สามารถคิดค้น แนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องให้แก่ชาวเมือง เพื่อลดปัญหาขยะที่เพิ่มขึ้นจากการใช้พลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้งที่สามารถก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคตได้

อย่างไรก็ตามทางด้านชาวเมืองเองก็ออกมาแสดงความไม่พอใจ ต่อการบังคับใช้กฎหมายนี้ เนื่องจากหลายครอบครัวในชุมชน มีรายได้หลักมาจากการค้า-ขายลูกโป่ง อีกทั้ง ยังทำให้ประชาชน หาซื้อลูกโป่งเพื่อตกแต่งงานปาร์ตี้ หรือเทศกาลต่างๆ ยากมากยิ่งขึ้น

และถึงแม้ว่าหลายๆ ประเทศ จะยังมุ่งความสนใจ ถึงผลกระทบที่เกิดจากลูกโป่ง ไปยังปัญหาต่อสัตว์ สิ่งแวดล้อม แต่ในเวียดนาม ลูกโป่งอัดแก๊ส ถือเป็นอีกปัญหาที่น่ากังวล เพราะบรรดาเจ้าของร้าน ในย่านสถานบันเทิงในถนน บุ่ย เหวี่ยน (Bui Vein) มักจะนำลูกโป่งอัดแก๊สหัวเราะ หรือไนตรัสออกไซด์ ซึ่งเป็นที่นิยม ของเหล่านักท่องเที่ยวยามค่ำคืน ออกมาขายเพื่อเรียกลูกค้าเข้ามายังร้านของตน

โดยผู้ค้าจะนำแก๊สหัวเราะมาบรรจุหลอดวิปปิ้งครีม แล้วนำไปอัดใส่ลูกโป่ง ซึ่งเมื่อสูดดมเข้าไปจะทำให้รู้สึกเคลิ้ม และหัวเราะออกมาอย่างต่อเนื่อง 

และถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ในนครโฮจิมินห์ แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน เผยถึงอันตรายของ การสูดดมแก๊สนี้ อาจทำให้สมองของผู้ใช้ เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น เนื่องจาก ไนตรัสออกไซด์ จะมีผลขัดขวางการทำงานของ วิตามิน B-12 ซึ่งมีส่วนสำคัญ ในการบำรุงระบบประสาท และ สมอง ในระยะยาว อีกทั้งหากผู้ใช้ติดสารนี้เป็นระยะเวลานานในท้ายที่สุดอาจทำให้สมองเข้าสู่ภาวะสูญเสียการรับรู้ได้

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก