แชร์โพสนี้

องค์การยูนิเซฟเผยผลการประเมินในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สามารถช่วยเหลือเด็กกว่า 25 ล้านคน ไม่ต้องแต่งงานก่อนวัยอันควร ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นของรัฐเคนทักกี สหรัฐฯ พยายามผลักดันมาตรการแบนการแต่งงานในวัยเด็กเช่นกัน แต่ยังมีกลุ่มอนุรักษ์นิยมบางกลุ่มไม่เห็นด้วย ทำให้มาตรการดังกล่าวล่าช้า 

องค์การยูนิเซฟเปิดเผยรายงานเกี่ยวกับอัตราการแต่งงานก่อนวัยอันควรของเด็กผู้หญิงทั่วโลกว่า ตลอดช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา มีอัตราลดลงประมาณ 15% ซึ่งหากมองในแง่ของสัดส่วน หมายความว่ายังคงมีเด็ก 1 ใน 5 คน ต้องเข้าพิธีแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ก็ถือเป็นสัดส่วนที่ดีขึ้นจากเดิมที่มีเด็กต้องแต่งงานก่อนวัยอันควร จากเดิม คือ 1 ใน 4 คน นับเป็นตัวเลขที่สะท้อนสถานการณ์การพิทักษ์สิทธิเด็ก และสตรีทั่วโลก ที่มีแนวโน้มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น 

โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศแถบเอเชียตอนใต้ ซึ่งพบค่านิยมการสนับสนุนให้เด็กแต่งงานตั้งแต่ก่อนอายุครบ 18 ปี โดยก่อนหน้านี้มีเด็กหญิงเกือบถึงร้อยละ 50 ของบรรดาเด็กหญิงทั้งหมดในภูมิภาค ที่ต้องเข้าพิธีแต่งงาน แต่ในช่วง 10 ปีหลัง จำนวนได้ลดลงมาเหลือเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น

ข้อมูลจากองค์การยูนิเซฟยังเปิดเผยด้วยว่า สิ่งสำคัญที่ช่วยทำให้อัตราการแต่งงานในเด็กลดลง ส่วนหนึ่งมาจากภาครัฐได้ผลักดันนโยบายเชิงรุกให้ผู้หญิงในภูมิภาคนี้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น 

อีกทั้งยังมีการเผยแพร่ข้อความสาธารณะทางสื่อมากมาย เพื่อกระตุ้นให้คนเห็นผลเสียจากการพรากช่วงชีวิตวัยเยาว์ของเด็กไปก่อนเวลาอันควร เช่น ทำให้อัตราการจบการศึกษาของเด็กในประเทศลดลง, ทำให้ชีวิตครอบครัวของเด็กเสี่ยงเผชิญกับความยากจน 

นอกจากนี้ยังมีเด็กบางคนถูกสามีทารุณกรรม ซึ่งอาจส่งผลร้ายให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างอื่นตามมาภายหลัง ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้สร้างการรับรู้เพิ่มเติมด้วยว่า การบังคับให้เด็กแต่งงานก่อนอายุ 18 ปีนั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมายในหลายประเทศ 

อินเดียให้ความสำคัญกับการใช้กฎหมายลักษณะนี้ หลังมีรายงานระบุว่า อินเดียเป็นประเทศที่มีอัตราการแต่งงานในเด็กสูงที่สุดในโลก ส่งผลให้ที่ผ่านมามีพ่อแม่เด็กที่บังคับให้ลูกสาวเข้าพิธีแต่งงานถูกดำเนินคดีไปแล้วเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบด้วยว่า พิธีแต่งงานบางแห่งถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นฉากบังหน้า แต่เบื้องหลังมีการแอบแฝงกระบวนการค้าประเวณี 

ผลจากการผลักดันในหลาย ๆ ด้าน ทำให้ปัจจุบันจำนวนเฉลี่ยของเด็กผู้หญิงที่แต่งงานงานก่อนวัยอันควรอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านคนต่อปี ซึ่งอาจดูเป็นจำนวนที่มาก แต่หากเปรียบเทียบกับข้อมูลค่าเฉลี่ยที่มีก่อนหน้านี้จะพบว่า ความช่วยเหลือของหลาย ๆ ฝ่าย สามารถลดจำนวนเด็กที่ต้องแต่งงานลงไปได้กว่า 25 ล้านคน 

แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ภายในปี 2573 หรืออีก 12 ปีข้างหน้า จะมีเด็กผู้หญิงอีกกว่า 150 ล้านคน ที่มีอายุอยู่ในช่วงที่ผู้เป็นพ่อแม่มักผลักดันให้เข้าสู่พิธีแต่งงาน ทำให้เป้าหมายต่อไปของยูนิเซฟ คือ วางมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดอัตราการแต่งงานในวัยเด็กลงให้มากกว่าเดิม 

สำนักข่าว Independent ระบุว่า ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่พยายามออกมาตรการแบนการแต่งงานในลักษณะนี้ อย่างที่ รัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา รัฐบาลท้องถิ่นต้องการร่างกฎหมายห้ามไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีแต่งงาน แต่หากตั้งครรภ์สามารถแต่งงานกับชายที่เป็นพ่อของลูกได้ 

นอกจากนี้ยังต้องการเพิ่มกระบวนการให้ศาลเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุมัติการแต่งงานของเด็กอายุ 16-17 ปี เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกบีบบังคับของพ่อแม่อีกด้วย

แต่ล่าสุดรัฐบาลท้องถิ่นจำเป็นต้องลงมติเลื่อนแผนการร่างกฎหมายออกไปก่อน เนื่องจากมูลนิธิเพื่อครอบครัวอย่าง”Family Foundation of Kentucky”ซึ่งมีแนวคิดอนุรักษ์นิยมออกมาแสดงความกังวล และชี้ว่า การอนุญาต”ให้”หรือ”ไม่ให้”เด็กแต่งงาน ควรเป็นสิทธิ์ขาดของพ่อแม่เด็กฝ่ายเดียว ไม่ควรมีกระบวนการด้านตุลาการเข้ามาเกี่ยวข้อง 

อย่างไรก็ตามมูลนิธินี้ไม่ได้คัดค้านในเรื่องวัย หรือช่วงอายุที่ควรได้รับอนุญาตให้แต่งงานตามการเสนอในร่างกฎหมายข้างต้น

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33