แชร์โพสนี้

จับตาเทรนด์ยอดนิยม ที่ทำให้คู่รักลงทุนใช้จ่ายในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์นี้ ขณะที่สำนักข่าว New York Post เตือนภัยผู้ไม่หวังดีปล่อยไวรัส และมัลแวร์ ในรูปแบบ “Zombie bots” โจมตีเครื่องมือเทคโนโลยีของคนโสด ในช่วงเทศกาลแห่งความรัก

กลุ่มผู้มีแนวคิดอนุรักษ์นิยม ประท้วงต่อต้านวัฒนธรรมความรักแบบตะวันตก ในช่วงวาเลนไทน์ โดยโจมตีผ่านการทำงานของภาครัฐ และ ภาคเศรษฐกิจ

วาเลนไทน์ จัดเป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศเนื่องจากคู่รักจำนวนมากทั่วโลก ได้ปักหมุดให้วันนี้ เป็นวันเฉลิมฉลองกับคนรัก ซึ่งนั่นยิ่งเป็นโอกาสสำคัญทางเศรษกิจให้ผู้ประกอบการทำกำไรอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์แห่งควารักนี้

ข้อมูลล่าสุด จากสหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NRF) คาดการณ์ เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ช่วงวาเลนไทน์นี้ ว่า แม้จะมีชาวอเมริกัน ราว 55 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ที่วางแผนฉลองวันแห่งความรัก ในปีนี้  แต่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีคุณภาพ และ มีกำลังซื้อ ซึ่งมาจากกลุ่มคู่รักที่แต่งงาน มีครอบครัว และ มีรายได้ที่มั่นคงแล้ว

โดยจะส่งผลให้รายได้รวม จากเทศกาลวาเลนไทน์ในสหรัฐฯ อยู่ที่ราว 19,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ($19.6 billion) ซึ่งหากเฉลี่ยเป็นรายจ่ายต่อหัว จะอยู่ที่ราวคนละ 143.56 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยนอกจากการจับจ่ายซื้อของขวัญให้คู่รักแล้ว บางคนยังเลือกซื้อของให้กับสมาชิกในครอบครัว เพื่อน ผู้ใหญ่ที่เคารพ ตลอดจนสัตว์เลี้ยง เพิ่มเติมด้วย

โดยกลุ่มสินค้าที่ทำรายได้อันดับต้นๆ ในช่วงนี้ได้แก่ เครื่องประดับอัญมณี เฉลี่ยที่ราว 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ, การท่องเที่ยวดื่มด่ำบรรยากาศยามเย็นและ มื้อดินเนอร์สุดหรู อยู่ที่ราว 3.7 พันล้านบาท

ขณะที่ ค่าใช้จ่ายของดอกไม้ อยู่ที่ราว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังมีรายจ่ายที่ช่วยกระตุ้นกำไร ให้กับอุตสาหกรรม การผลิตการ์ดอวยพรด้วย 

ซึ่งแหล่งซื้อสินค้าหลักๆ จะอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ รองลงมา คือ ห้างร้านที่ประกาศลดราคา ส่วนอันดับ 3 คือ การช้อปปิงของขวัญ จากตลาดสินค้าออนไลน์

ไม่เพียงแต่รายจ่ายของคนมีคู่ ที่ช่วยกระตุ้นกำไรให้ผู้ประกอบการในช่วงวาเลนไทน์ แต่บรรดาคนโสด ก็เป็นอีกแหล่งทำเงินของผู้ประกอบการ 

โดยสำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลีย รายงานว่า คนโสดรู้สึกกดดันในช่วงวาเลนไทน์ จะเลือกหันไปพึ่งพาโลกออนไลน์ เพื่อหาคนรู้ใจผ่านแอพฯ หาคู่ 

โดยปีนี้”Tinder”แอพฯ หาเพื่อนคุยชื่อดัง ออกมาคาดการณ์ว่า จะมีผู้ใช้งานในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้นจากปกติถึง 20 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว 

อย่างไรตาม สำนักข่าว New York Post ออกมาเตือนด้วยว่า เทศกาลแห่งความรัก อาจกลายเป็นดาบสองคม สำหรับผู้ใช้งานโซเชียล เนื่องจากมีรายงานกลุ่มผู้ไม่หวังดี เตรียมปล่อยไวรัส และมัลเเวร์ ผ่านเครื่องมือเทคโนโลยีมากมาย ที่มีผู้ใช้งานในช่วงวันวาเลนไทน์ โดยมันถูกเรียกว่า”zombie bots” 

โดยกลุ่มผู้ที่ต้องเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ ในช่วงเทศกาลแห่งความรัก คือ กลุ่มคนโสดที่มักท่องอินเตอร์เน็ตเพื่อฆ่าเวลา ซึ่งอาจถูกหลอกล่อให้คลิก link หรือ ข้อความเกี่ยวข้องกับความรัก ซึ่งถูกส่งมาในรูปแบบอีเมลขยะ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดี แอบล้วงข้อมูลส่วนตัว หรือ ข้อมูลจากบัญชีสื่อโซเชียลอื่นๆ ได้ นั่นเอง 

ขณะที่ ประเด็นการรณรงค์ให้คู่รัก ตระหนักถึงภัยคุกคามด้านอื่น ๆ ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่เช่นกัน เช่น การให้ความรู้เรื่องวางแผนครอบครัว สำหรับคนหนุ่มสาว ขององค์กรต่างๆ , การรณรงค์เรื่องอนามัย วัยเจริญพันธุ์ในกลุ่มวัยรุ่น , รวมถึงการจัดแคมเปญในรูปแบบใหม่ๆ ช่วงวันวาเลนไทน์ ให้คู่รัก ตระหนักถึงอัตราการเกิดที่ไม่พึงประสงค์ 

เช่น กลุ่มนักรณรงค์เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกลุ่มหนึ่ง ออกแบบผลิตภัณฑ์ถุงยางอนามัย ที่สอดแทรกความรู้เรื่องการคุมกำเนิดของสตรี เพื่อลดอัตราการเกิดใหม่ ซึ่งอาจมีแนวโน้มกระทบต่อชีวิตสัตว์ชนิดอื่นๆ ในระบบนิเวศน์

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางกลุ่มที่ยึดมั่นในแนวคิด แบบอนุรักษ์นิยม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านวัฒนธรรม การแสดงออกความรัก แบบชาติตะวันตก เช่นที่ อินเดีย มองการแสดงออกความรักอย่างเปิดเผย ในวันวาเลนไทน์ เป็นเรื่องผิดศีลธรรม และ ผิดประเพณี โดยเชื่อว่า การแสดงออกลักษณะนี้ มีอิทธิพลต่อภาคเศรษฐกิจ และการเมือง ของคนอินเดีย ในยุคปัจจุบัน 

ทำให้ในบางพื้นที่ ยังคงพบปรากฏการณ์”ล่าแม่มด”และ ประท้วงต่อต้าน กลุ่มคนหนุ่มสาว ที่ออกเดตกันอย่างเปิดเผย ตามร้านอาหาร และห้างร้านต่างๆ ในวันแห่งความรัก 

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก