แชร์โพสนี้

จากกรณีคนร้ายก่อเหตุปล้นร้านทองแม่ทองพูล ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ขอนแก่น โดยคนร้ายสามารถกวาดทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวม 437 บาทหลบหนีไปได้ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายสุพจน์ เพชรรังษี ชาว จ.ชัยภูมิ และ นายไพรวัลย์ ญาบัณฑิต ชาว จ.อุดรธานี ได้พร้อมรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำหมายเลข บล-6213 อุดรธานี ขณะขับอยู่บนถนนเลี่ยงเมืองสายหนองคาย-อุดรธานี หลังพาผู้ที่ก่อเหตุ คือนายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ และนายเรืองศักดิ์ พันธ์ทอง หลบหนีไป สปป.ลาว รวมทั้งการจับกุมนางจันทจร โปลาแสน อายุ 44 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ ได้ที่บ้านพักเนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 2 ที่หลบหนีไปนั้นนำทองไปใส่ไว้ในไหน้ำหนักรวม 200 บาท ฝังไว้ในที่ดินสวนยางพาราของนางจันทจร และมอบทองไว้ให้กับนางจันทจรอีก 2 บาท แล้วหลบหนีไป

ความคืบหน้าล่าสุด กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 นำโดย พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4,พ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ รอง ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ,พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ เป็กทอง รอง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผู้กำกับการสภ.เมืองขอนแก่น และ พ.ต.ท.ไพรวัลย์ อายุวงษ์ รอง ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ติดตามลงพื้นที่เร่งจับกุมตัวนายชัยมงคล และนายเรืองศักดิ์ หลังผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้ยืนยันว่าได้พาผู้ต้องหาทั้ง 2 นั้นไปส่งที่ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2562 ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนั้นยืนยันชัดเจนว่าได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนที่รับผิดชอบในคดีทุกหน่วยยังอยู่ในพื้นที่ จ.หนองคาย รวมทั้งการประสานงานร่วมกับทางการ สปป.ลาว เพื่อประสานการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้ในพื้นที่ สปป.ลาว ซึ่งในรายละเอียดนั้นไม่สามารถเปิดเผยไปได้มากกว่านี้เนื่องจากจะกระทบกับสำนวนการสืบสวนสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ คดีนี้เราทำงานเป็นทีมทุกอย่างและทุกขั้นตอนต้องละเอียด รอบคอบและรัดกุมที่สุด เบื้องต้นคดีนี้จากการสืบสวนสอบสวนนั้นมีผู้ต้องหาร่วมคดีในเบื้องต้น 5 คน 3 คนถูกจับกุมตัวได้แล้ว โดย 2 คนที่ตำรวจได้ขออำนาจศาลฝากขังไปเมื่อวานที่ผ่านมา ( 28 ก.ค.)คือนายสุพจน์ และ นายไพรวัลย์ ซึ่งทำหน้าที่พาผู้ต้องหาทั้ง 2 ที่ก่อเหตุนำทองไปขายและไปส่งที่ อ.ศรีเชียงใหม่ ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวนตำรวจคัดค้านการประกันตัว ส่วนทองที่ตรวจยึดกลับคืนมาได้รวม 202 บาทนั้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและส่งคืนให้กับร้านทองแม่ทองพูล สาขาที่เกิดเหตุไปทำการเก็บรักษาไว้ โดยห้ามดำเนินการใดๆจนกว่าคดีจะแล้วเสร็จ

ขณะที่ พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า จากการสอบปากคำนางจันทจร โปลาแสน อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาคนที่ 3 ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับในการก่อเหตุปล้นร้านทองดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ารับของโจร ก่อนอนุญาตปล่อยตัวไป เนื่องจากการสอบปากคำแล้วยังคงไม่มีหลักฐานหรือพยานใดๆที่เชื่อมโยงนางจันทจร กับการก่อเหตุในครั้งนี้ และจากการตรวจสอบประวัตินายชัยมงคลพบว่าเคยก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองมาแล้ว เมื่อปี 2552 เช่นเดียวกันกับนายเรืองศักดิ์ ที่มีประวัติการก่อเหตุชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์เช่นกัน ดังนั้นการก่อเหตุดังกล่าวนี้มีการเตรียมการมาอย่างดี และก่อนเกิดเหตุนั้นนายเรืองศักดิ์ และนายชัยมงคลได้มาดูลาดเลาที่ร้านทองแห่งนี้เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ดังนั้นการสืบสวนสอบสวนขณะนี้คือตำรวจต้องไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทุกจุดในเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีเพื่อเชื่อมโยงรูปคดีและรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด ขณะที่จากการสอบปากคำพนักงานร้านทองทุกคนแล้วไม่พบพิรุธใดๆ

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.