‘วิษณุ’ แนะ กกต.เชิญ กรธ.-สนช.หารือร่วมเพื่อหาข้อยุติ

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
37 ครั้ง

แชร์โพสนี้

นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. เปิดเผยภายหลังหารือกุบคณะกรรมการที่ปรึกษา ฝ่ายกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ อดีตกรรมการ กกต. เป็นประธาน โดยเปิดเผยว่าได้มาชี้แจงที่มาที่ไปของวิธีการคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมยืนยันว่าสูตรการคิดคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อมีอยู่แล้วที่รัฐภา และมีเพียงสูตรเดียว อันเดียว กำหนดไว้ตั้งแต่ตอนที่ กรธ. เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ในการพิจารณาออกกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่ความลับใด ๆ สามารถเปิดเผยได้ แต่กรรมการ กกต. จะเป็นผู้พิจารณาในการคำนวณ เพราะตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ให้อำนาจกรรมการ กกต. เป็นผู้พิจารณาการคำนวณ

นายประพันธ์ ยังได้ย้ำเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย แต่การคิดคำนวณใด ๆ ว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคจะได้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเท่าใดนั้น เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องพิจารณา

ทางด้าน ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงถึงการคำนวณสัดส่วนที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ระบุว่า ตามสูตรคำนวณในมาตรา 128 ของกฎหมายเลือกตั้งนั้น แบ่งการคำนวณออกเป็น 2 กรณี คือ กรณีนำคะแนนของทุกพรรคมาคำนวณหาสัดส่วนจำนวน ส.ส.พึงมีแล้วได้ครบทั้ง 150 ที่นั่ง และ กรณีคำนวณสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อจากทุกพรรคแล้ว ผลออกมาเกิน 150 ที่นั่ง หรือที่เรียกว่า โอเวอร์แฮง และกำลังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ตอนนี้

กรณีเกิดโอเวอร์แฮง ตามเจตนารมณ์ของ กรธ. นั้นต้องนำคะแนนเลือกตั้งจากทุกพรรคมาคำนวณ และทอนเศษส่วนเกินไปยังพรรคที่เศษส่วนสูงสุดตามลำดับจนครบ 150 ที่นั่ง แม้พรรคดังกล่าวมีคะแนนเลือกตั้งไม่ถึงเกณฑ์ที่จะมี ส.ส. ก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้ เรื่องนี้ กกต. ในฐานะผู้ปฏิบัติต้องตีความตามกฎหมายเองว่าจะคำนวณอย่างไร จะคำนวณโดยเอาเฉพาะพรรคที่ได้ ส.ส.เขตก็ได้ แต่จะมีปัญหาว่าคะแนนของพรรคที่ไม่ได้ ส.ส. เขตจะเอาไปไหน ถ้าทิ้งเปล่าก็ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้ทุกคะแนนมีความหมาย

และถ้าหากคำนวณแบบ กรธ. แล้วมีคำถามตามมาว่า พรรคที่ได้คะแนนเลือกตั้ง ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะได้ ส.ส. นั้นไม่ควรได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรธ. ยืนยันว่า คะแนน พึงมีต่อ ส.ส. 1 คน ไม่ใช่คะแนนตายตัว แต่เป็นเพียงตัวเลขประมาณการที่กฎหมายใช้คำว่าจะพึงมีได้ เป็นคะแนนที่เฉลี่ยเพื่อไม่ให้ที่นั่ง ส.ส. เกิน 500 ที่นั่ง ไม่ได้หมายความว่าพรรคที่ได้คะแนนต่ำกว่าเหกณฑ์แล้วจะไม่ได้ ส.ส. เพราะถ้ายึดว่า ส.ส. 1 คน ต้องเท่ากับ 71,075 คะแนน ตามที่คำนวณกัน ต้องถามกลับว่า จะใช้กับ ส.ส. ทุกตำแหน่งเลยหรือไม่ ถ้าใช้ทุกตำแหน่ง พรรคเพื่อไทยอาจจะไม่มี ส.ส.เลย ดังนั้น คะแนน 71,075 ต่อ ส.ส. 1 คน จึงมาจากการเฉลี่ย ของ ส.ส. 500 คน ไม่ได้เฉลี่ยเฉพาะหาที่นั่ง ให้ส.ส. บัญชีรายชื่อ การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรณีโอเวอร์แฮง จึงต้องเฉลี่ยไปตามสัดส่วน ซึ่งส่วนกรรมการรร่างรัฐธรรมนูญเคยคิดไว้แล้วว่าจะเกิดขึ้น มีเอกสารยืนยันเจตนารมณ์ชัดเจน หาก กกต. ยังไม่มั่นใจในแนวคิดของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กกต. สามารถใช้เวลาระหว่างที่ยังไม่ประกาศผลถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความกฎหมายให้ชัดเจนได้ มองว่าปัญหาความวุ่นวายนี้ เกิดจาก กกต. ศึกษาเรื่องนี้ช้าไป ทั้งที่ กรธ. คิดตรงกันหมด

ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย กล่าวถึงทางออกปัญหาสูตรนับคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต.ที่เป็นปัญหาและเป็นที่ถกเถียงอยู่ในขณะนี้ ว่าปัญหานี้มันเกี่ยวข้องกับกฏหมาย 2 ฉบับ คือ กฏหมายรัฐธรรมนูญ และ พรป.ประกอบรัฐธรรมนูญ หากรัฐธรรมนูญมีปัญหาก็ต้องไปคุยกับ กรธ. แต่ถ้า พรป.รัฐธรรมนูญมีปัญหา กกต.ควรจะเชิญทั้ง กรธ.และ สนช.หารือร่วมกัน 3 ฝ่าย เชื่อว่าข้อยุติของการนับคะแนน จะเสร็จก่อนวันที่ 9 พ.ค.นี้

 

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.