แชร์โพสนี้

ความคืบหน้ากรณีที่โซเชียลมีเดียแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์รถเก๋งขับแซงบนถนนแคบด้วยความเร็วสูงชนรถจักรยานยนต์ที่กำลังจะเลี้ยวเข้าซอยเป็นเหตุให้ แม่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และลูกอีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ บนถนนสายป่าตัน-บ้านท่อ ต.ป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก ได้ดำเนินคดีกับผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 60 ปี ที่ถูกระบุว่าเป็นคนขับรถเก๋ง และยืนรอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณจุดเกิดเหตุ จึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มีการเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาหรือไม่ เนื่องจากหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง รวมทั้งพยานที่เห็นเหตุการณ์ต่างยืนยันว่าในช่วงที่เกิดเหตุนั้น คนขับรถเก๋งเป็นผู้ชายคนดังกล่าวเป็นผู้ชายวัยกลางคน สวมใส่เสื้อสีเข้ม กางเกงขาสั้น และสวมใส่รองเท้าผ้าใบ ซึ่งขับรถออกไปก่อนที่ตำรวจจะมาถึงที่เกิดเหตุ แล้วมีผู้ชายอีกคนหนึ่งที่สูงอายุมากกว่า สวมใส่เสื้อลายขวางสีแดงขาว ยืนรอให้กับกับตำรวจ

ขณะที่ นางสาวชญาดา เครือซุง หลานสาวของผู้เสียชีวิต ได้นำหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก เปิดเผยคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดของชุมชน ยืนยันว่าในภาพคนใส่เสื้อที่น้ำเงินลงมากับหญิงสาว ส่วนคนสูงอายุเดินทางมาถึงหลังจากเกิดเหตุไปและระยะหนึ่ง ซึ่งบ้านอยู่ในจุดใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ

ซึ่งตำรวจยอมรับว่าได้นำตัวนายจรัญ เอกโสวรรณ อายุ 66 ปี ที่อ้างตัวว่าเป็นคนขับรถไปตรวจแอลกอฮอล์ซึ่งมีผลเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตามถ้ามีหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีการสลับตัวผู้ต้องหา ก็จะมีการเรียกตัวคนขับตัวจริง ซึ่งญาติผู้เสียชีวิตอ้างว่าเป็นลูกชายของนายจรัญ มาพบ

ญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยว่า ในช่วงบ่ายครอบครัวของคนขับรถได้เดินทางไปพบญาติ โดยนำเงินไปมอบให้ช่วยค่าทำศพเพิ่มเติมอีก 1 หมื่นบาท จากก่อนหน้านี้มอบไปให้ 4 หมื่นบาท รวมเป็น 5 หมื่นบาท ซึ่งการพูดคุยกับญาติในช่วงแรก บอกว่าพ่อคือนายจรัญ เป็นคนขับ แต่พอมีการกันคนที่ไม่ใช่ญาติออกไปก็มีการยอมรับว่าคนขับตัวจริงคือลูกชาย ซึ่งอ้างบอกว่าไม่มีใบขับขี่ และกลับจากงานเลี้ยง กลัวโทษหนัก พร้อมอ้างว่าหากยอมรับเช่นนั้นทางญาติจะไม่ได้รับการชดเชยจากประกัน และ พ.ร.บ.คุ้มครอง จึงต้องให้พ่อรับสมอ้างแทน แต่ยังไม่ได้เข้าให้ปากคำกับทางตำรวจ

ตอนนี้ทางญาติจะยังรอให้ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาตัวจริงมาดำเนินคดีให้ได้ก่อน ซึ่งอาจจะไม่เผาศพผู้ตายจนกว่าจะได้ผู้ต้องหาตัวจริง พร้อมกับมอบคลิปภาพให้กับร้อยเวรเจ้าของคดี ซึ่งบอกว่าขอเวลาอีก 2-3 วันจะเรียก ผู้ที่ถูกกล่าวหามาให้การเพิ่มเติม หากพบว่ามีการเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาก็จะมีความผิดหนักทั้งคู่ โดยคนที่สมอ้างก็จะเจอข้อหาแจ้งความเท็จ ส่วนคนขับตัวจริงก็จะเจอข้อหาชนแล้วหนี และขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.