แชร์โพสนี้

กลุ่มสมาคมคนพิการ เดินทางยื่นหนังสือที่กระทรวงแรงงาน ยืนยันข้อมูลทุจริตคนพิการ 1,500 ล้านบาทต่อปีนั้นเกินจริง หวั่นนายจ้างเลิกจ้างงาน ด้านรองปลัดกระทรวงแรงงาน เผย หากมีเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานเอี่ยวถึงขั้นไล่ออกจากราชการ

นางสาว นฤชล โสภา อนุกรรมการฝ่ายอาชีพ สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย นายณัฐพล ลาภเกิน ประธานชมรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำคณะจากสมาคมผู้พิการและกลุ่มคนพิการราว 100 คน เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ถึงกรณีนายปรีดา ลิ้มนนทกุล ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการ ยื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าพบการทุจริตคนพิการจากมาตรา 33 มาตรา 35 และสร้างความเสียหายถึง 1,500 ล้านบาทต่อปีนั้นเป็นข้อมูลเกินความเป็นจริง รวมถึงเข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตามที่กระทรวงแรงงานได้ตั้งขึ้นเพื่อสอบสวนกรณีดังกล่าว ภายใน 15 วัน โดยมี นายวิวัฒน์ ตังหงส์ รองปลัดกระทรวงแรงงานและประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เป็นผู้รับหนังสือ พร้อมจัดประชุมรับฟังข้อเท็จจริง ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง ก่อนแถลงผล

นายวิวัฒน์ แถลงว่า ข้อมูลข้อเท็จจริงจากสมาคมผู้พิการและกลุ่มคนผู้พิการเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน โดยข้อมูลชุดนี้จะนำไปประกอบกับข้อมูลที่จะส่งเจ้าหน้าที่รัฐ ลงไปตรวจสอบสถานการประกอบการ ข้อมูลผู้พิการที่มาใช้สิทธิจำนวนมาก ภายใน 3-4 วันนี้ เช่น พื้นที่ในกรุงเทพมหานคร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร ชลบุรี ฯลฯ ก่อนประมวลและสรุปผล ส่วนจะขยายเวลาออกไปหรือไม่นั้น จะต้องรอข้อมูลจากการลงพื้นที่มาประกอบกันให้ครบถ้วน รวมถึงยังเปิดรับข้อมูลจากผู้พิการที่ได้รับผลกระทบด้วย ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้มอบนโยบายชัดเจน หากตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจริงคาดว่าจะมีผลถึงขั้นไล่ออกจากราชการ แต่ส่วนตัวเชื่อมั่นในตัวข้าราชการทุกคน

ด้านสมาคมผู้พิการและกลุ่มคนผู้พิการรู้สึกกังวลต่อกระแสข่าวการทุจริตเงินสนับสนุนผู้พิการตาม เนื่องจากมีกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการฝึกอบรมหรือประกอบอาชีพมีรายได้จริง ตามมาตรา 33 และมาตรา 35 ซึ่งเกี่ยวกับการจ้างงานคนพิการ จึงเกรงว่าสถานประกอบการจะยกเลิกการจ้างงานและหันไปส่งเงินเข้ากองทุนคนพิการตามมาตรา 34 แทน

สำหรับกลุ่มผู้พิการที่เดินทางมาวันนี้ เป็นกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์จริงตามมาตรา 33 และมาตรา 35 แต่ถูกนำตัวเลขไปเหมารวมว่าเป็นการจ้างงานที่ทุจริต โดยข้อมูลตามที่นายปรีดา กล่าวอ้างนั้นไม่เป็นข้อเท็จจริง / ซึ่งขณะนี้บางกลุ่มได้รับผลกระทบจากข่าวทุจริตแล้ว โดยนายจ้างขอยุติและชะลอการจ้างงานผู้พิการ /อีกทั้งยังมีกลุ่มที่เคยเข้ารับการอบรมหรือโครงการกับนายปรีดา แต่ไม่ได้รับประโยชน์ครบถ้วนตามสัญญา

นางสาวนฤชล กล่าวว่า การจ้างงานผู้พิการตามมาตรา 33 และ 35 เกิดผลดีต่อผู้พิการจริง และไม่ได้สร้างความเสียหายจากการทุจริตถึง 1,500 ล้านบาทตามที่นายปรีดากล่าวอ้าง แต่ยอมรับว่าบางส่วนมีการทุจริต ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐพยายามเข้าช่วยเหลือและเยียวยา โดยสาเหตุมาจากคนพิการเอาเปรียบกันเองและบางบริษัททำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีรายงานพบมีผู้ร้องเรียนราว 100 คน มูลค่าเสียหาย 10 ล้านบาทต่อปี

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.