แชร์โพสนี้

จากกรณีเด็กหญิงน้ำเพชร อุดมกัน อายุ 6 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดบางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เสียชีวิต หลังปวดท้องอย่างรุนแรง และนอนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล นานถึง 4 ชั่วโมง เนื่องจากเจ้าหน้าที่อ้างว่าไม่สามารถติดต่อผู้ปกครอง เพื่อนำเด็กส่งโรงพยาบาลได้ และสุดท้ายเด็กเสียชีวิต ระหว่างแม่พานั่งรถแท็กซี่ไปส่งที่โรงพยาบาล

ด้าน พ่อเด็ก ระบุว่า ยังติดใจว่าทำไม่เจ้าหน้าที่อนามัยไม่รีบส่งตัวบุตรสาวไปโรงพยาบาลทั้งที่อาการแย่ แต่ปล่อยให้นอนรอแม่นาน 4 ชั่วโมง เหตุการณ์นี้ไม่น่าเกิดขึ้น ตนทำงานเดินสายไฟฟ้าอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ภรรยาโทรไปบอกให้รีบมาหาลูก หลังจากนำตัวน้องน้ำเพชรส่งที่โรงยาบาลบางพลีแล้ว โดยบอกว่าอาการลูกแย่มาก ตนจึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล แต่ไม่ทันดูใจลูกสาวเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้ได้แต่ทำใจ ไม่อยากร้องไห้แต่ก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่

จากการชันสูตรศพเบื้องต้นพบว่า ลูกสาวเสียชีวิตจากอาการขาดเกลือแร่ เพราะปากแห้งและมีอาการติดเชื้อในลำไส้ แต่สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ลูกสาวตนเสียชีวิตนั้นต้องรอผลการพิสูจน์อีก 45 วัน ทางครอบครัวปรึกษากันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และอยากให้มีการตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

ด้านแม่ของน้องน้ำเพชร ยังอยู่ในอาการโศกเศร้าร้องไห้ตลอดเวลา เชื่อว่าลูกสาวของตนเสียชีวิตในครั้งนี้ เป็นการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่ ไม่น่าที่จะปล่อยให้เด็กรอความตายต่อหน้า ไม่อยากให้เหตุแบบนี้กับลูกหลานของใครอีก ขอให้น้องน้ำเพชรเป็นคนสุดท้าย

ด้านนางสิรินดา แสงทอง เพื่อนแม่ของน้องน้ำเพชร เล่าว่า ตนได้รับการประสานจากครูว่าให้ไปดูอาการน้องน้ำเพชรเพราะติดต่อแม่ของน้องไม่ได้ พอไปถึงอนามัยเห็นน้องนอนหลับ เจ้าหน้าที่บอกว่าอาการดีขึ้นแล้ว เพราะตอนมาถึงน้องอาเจียนจึงให้กินน้ำเกลือแร่ ตนก็ไปปลุกเรียกชื่อน้องเพชร น้องขานเสียงรับว่า อือ อือ โดยไม่พูดอะไร จากนั้นเจ้าหน้าที่ 3-4 คน มาจับมือบอกว่าน้องมือเย็น ตนเห็นน้องนอนคว่ำจึงถามว่านำส่งโรงพยาบาลได้มั้ย แต่เจ้าหน้าที่อนามัยบอกไม่ได้เพราะไม่ใช่แม่ ตนคิดว่าถ้าพาไปหากเป็นอะไรขึ้นมาระหว่างทาง เขาจะโทษตนหรือเปล่าเพราะนำตัวเด็กไปจากคุณหมอ ที่สุดแล้วติดต่อแม่เด็กได้จึงบอกให้รีบมาดูอาการน้องน้ำเพชรที่อนามัย

ด้านนายแพทย์ นนท์ จินดาเวช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ แสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวของน้องน้ำเพชร ก่อนเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นตามบันทึกการรักษาของเจ้าหน้าที่อนามัยบางโฉลง ทราบว่า น้องน้ำเพชรเข้ามารับการรักษาด้วยอาการปวดท้องและอาเจียน เมื่อเวลา 13.58 น. ของวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา ทางพยาบาลผู้ดูแลได้ให้การรักษาตามอาการ คือให้เกลือแร่ และให้ยาแก้ปวดท้อง และให้ทางโรงเรียนติดต่อผู้ปกครองแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงติดต่อผ่านไปทางเพื่อนของแม่แทน เพราะน้องน้ำเพชรเริ่มปวดท้องมากขึ้น

กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. แม่น้องน้ำเพชรเดินทางมาที่อนามัย เจ้าหน้าที่อนามัยเห็นสภาพน้องว่าน่าจะไปโรงพยาบาลเองได้ จึงทำเอกสารส่งตัวให้ ประเมินเบื้องต้นพบว่า เด็กยังรู้สึกตัวและพูดคุยได้ ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ได้พูดคุยกับแม่ของเด็ก ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ได้เรียกรถฉุกเฉินมารับตัว แต่ให้แม่เป็นคนนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลเอง

โดยมีเจ้าหน้าที่อนามัยขับรถไปส่งที่ปากทางถนนเทพารักษ์ เพื่อให้นั่งรถแท็กซี่ไปโรงพยาบาลบางพลี และเมื่อไปถึงที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลบางพลี อาการเด็กเริ่มแย่ ทางแพทย์และพยาบาลจึงนำเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อทำการรักษาโดยเร่งด่วน แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้

ส่วนข้อสงสัยว่าทางอนามัยสามารถส่งตัวเด็กไปรักษาต่อได้หรือไม่ โดยที่ไม่ต้องรอผู้ปกครองมาเซ็นต์ยินยอมนั้น เรื่องนี้หากอนามัยมองว่าเด็กมีอาการไม่ดี หรือสัญญาณชีพไม่ดี เช่น ชีพจรอ่อน ความดันตก ก็สามารถส่งตัวไปโรงพยาบาลได้เลย เพราะถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤต หรืออาการอาจถึงแก่ชีวิตได้ก็สามารถส่งตัวได้ทันที ซึ่งต้องประเมินอาการเด็กว่า เข้าข่ายวิกฤตฉุกเฉินหรือไม่

ทั้งนี้ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหาข้อเท็จจริงหลังจากนี้ทางสาธารณสุข จะดำเนินการยื่นเรื่องขอเยียวยาตามมารตรา 41 ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ใช้บัตรทอง ให้กับครอบครัวของน้องน้ำเพชร ต่อไป

ทางคดีแม่น้องน้ำเพชร ยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ แต่พนักงานสอบสวน สภ.บางพลี ได้เชิญตัวนางสรินณา นิลโต ครูประจำชั้นของน้องน้ำเพชร เข้าให้ปากคำโดยได้เล่าว่า ช่วงเช้าก่อนเที่ยงของวันที่ 10 ก.ย. น้องน้ำเพชรนั่งเรียนตามปกติ แต่หลังจากพักเที่ยงและทานอาหารเสร็จ น้องน้ำเพชรได้แปรงฟันและเกิดอาเจียนออกมา และมีอาการปวดท้อง

ตนจึงพาน้องน้ำเพชรไปพักที่ห้องพยาบาลของโรงเรียน แต่น้องน้ำเพชรไม่ยอมนอนจะไปนั่งเรียน ตนจึงได้ถามว่าปวดท้องอุจจาระหรือเปล่า ถ้าปวดให้ไปเข้าห้องน้ำ แต่เด็กตอบกลับว่าไม่ได้ปวดอุจจาระแต่ปวดท้องมาก ตนสังเกตเห็นว่าน้องน้ำเพชรตัวเย็น จึงเดินไปตามครูพละให้ช่วยพาไปส่งอนามัยบางโฉลง ซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียน โดยไปส่งในช่วงเวลา 13.50 น.

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.