แชร์โพสนี้

จากกรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอักฤษวัย 19 ปี ออกมาอ้างระบุว่าถูกวางยาล่วงละเมิดทางเพศขณะเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งบอกว่าได้เดินทางไปแจ้งความ แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้งความ ซึ่งต่อมา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ลงพื้นที่จำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วนั้น

ล่าสุด พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เข้าพบกุงสุลใหญ่ประเทศอังกฤษ ประจำประเทศไทย ส่งมอบภาพถ่ายคืนวันเกิดเหตุ และเอกสารหลักฐานการจำลองเหตุการณ์ โดยอธิบายว่า คืนดังกล่าวตรงกับขึ้น 14 ค่ำ พระจันทร์เต็มดวง และมีน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของสาวชาวอังกฤษ ที่บอกว่าคืนวันเกิดเหตุไปนั่งดื่มบริเวณริมชายหาด ก่อนที่จะถูกมอม และพาไปข่มขืนบริเวณโขดหินห่างจากร้านประมาณ 300 เมตร แต่จากการตรวจสอบพบว่า การเดินไปยังจุดเกิดเหตุจะต้องเดินลุยน้ำทะเลไป ซึ่งจะเป็นจุดสนใจ เพราะคืนดังกล่าวมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก และมีการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษาความปลอดภัยบริเวณริมชายหาด จึงไม่สามารถที่จะเล็ดรอดสายตาของเจ้าหน้าที่ไปได้ เพราะจะผิดสังเกตและมีพิรุธ ในเบื้องต้นจากพยานหลักฐานที่ตรวจสอบ จึงทำให้สามารถสรุปได้ว่าไม่มีการวางยาและการข่มขืนเกิดขึ้น

นอกจากนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ยังนำหลักฐานหนังสือการรายงานผลตรวจสอบทั้งวัตถุพยานนิติวิทยาศาสตร์ จากการลงพื้นที่ตามเวลาเสมือนที่เกิดเหตุมามอบให้ด้วย โดยหลังจากนี้ทางสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย จะประสานไปยังผู้เสียหาย เพื่อให้ส่งมอบหลักฐานต่างๆที่อ้างว่าถูกข่มขืน มาให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ เช่น เสื้อผ้าที่มีคราบอสุจิติดอยู่ รวมถึงคำให้การของหญิงสาวชาวอังกฤษที่ให้ไว้กับตำรวจอังกฤษ มาตรวจสอบเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาเร็วที่สุดภายในหนึ่งเดือน

ส่วนกรณีที่ระบุว่าแม่ของผู้เสียหายจะเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีนั้น พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ ระบุว่า แม่ของผู้เสียหายนั้นไม่ใช่พยานบุคคลที่สำคัญ จึงไม่มีผลต่อรูปคดี และหลังจากนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งตั้งคณะทำงานเพื่อเดินทางไปสอบปากคำหญิงสาวชาวอังกฤษ

และจะมีการออกหมายจับเจ้าของเพจ 2 เพจ ที่โพสต์ข้อความเหตุการณ์ดังกล่าวจนสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้สามารถพิสูจน์ตัวตนของเจ้าของเพจได้แล้ว เช่นเดียวกันว่า หากมีการตรวจสอบพบว่าหญิงสาวชาวอังกฤษมีการโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จด้วย ก็จะดำเนินการตามข้อกฎหมาย

ส่วนก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งความเท็จของชาวต่างชาติทำให้เกิดความเสื่อมเสียทางด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย รวม 4 คดี ในพื้นที่ จังหวัดกระบี่ เกาะสมุย และเกาะเต่า 2 คดี ซึ่งตำรวจได้ดำเนินการแจ้งความ พร้อมกับขึ้นแบล็คลิสต์ถาวร

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ขณะนี้ทางตำรวจสอบพยานไปแล้วประมาณ 20 ปาก ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามารดาผู้เสียหาย จะเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีที่ลูกสาวถูกข่มขืนในประเทศไทยนั้น ก็สามารถทำได้ เพราะยังอยู่ในระยะเวลาที่สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน

ส่วนที่มีข้อสังเกตว่าอาจมีการสร้างข่าวเพื่อทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หากตรวจสอบข้อเท็จจริงชัดเจนพบว่ามีการสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยจริง ก็ต้องดำเนินการ

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.