แชร์โพสนี้

พายุโซนร้อนเบบินคา ที่จะขึ้นฝั่งทางประเทศเวียดนามวันนี้ (17 ส.ค.X)ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า พายุโซนร้อนเบบินคา ขณะนี้อยู่บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ใกล้กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม คาดว่าจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเวียดนามในวันพรุ่งนี้ หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาว

ซึ่งสภาพพายุแม้จะไม่ได้เคลื่อนผ่านเข้าไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลให้บริเวณพื้นที่ตอนบนของไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่อีสานตอนบน จะต้องระมัดระวังเรื่องของปริมาณน้ำที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วม และส่งผลต่อการระบายน้ำในลุ่มน้ำต่างๆ อย่าง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล และแม่น้ำก่ำ เนื่องจากฝนที่ตกในลาวก็จะไหลงสู่แม่น้ำโขงเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันพื้นที่บริเวณทางฝั่งตะวันตก หย่อมความกดอากาศต่ำจะส่งผลให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ลมประจำฤดูที่พัดปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น ทำให้อาจจะมีฝนตกลงมาซ้ำในพื้นที่อีกได้

สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังต่อจากนี้ คือ ช่วงตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมนี้หรือตลอดเดือนกันยายน พื้นที่ภาคอีสานอาจจะได้รับอิทธิพลจากพายุพัดผ่านเข้ามาทางเวียดนามตอนกลางอีกครั้ง แต่เนื่องจากไม่ได้เข้าไทยโดยตรงเช่นเดียวกัน จึงไม่มีลมพายุพัดแรง แต่จะเป็นลักษณะของฝนที่ตกหนักในพื้นที่

หลังจากนั้นช่วงปลายเดือนกันยายนต่อเนื่องเดือนตุลาคม ลมมรสุมจะเคลื่อนที่ลงมา ทำให้พื้นที่ภาคกลางเริ่มมีฝนตก จำเป็นต้องระมัดระวังเรื่องของปริมาณน้ำและการระบายน้ำ โดยอาจจะมีน้ำท่วมในบางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ แต่จะไม่ท่วมหนักเหมือนครั้งที่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ส่วนพื้นที่ภาคใต้ก็จะมีฝนตกหนักซึ่งเป็นไปตามลักษณะภูมิอากาศตามฤดู แต่ก็อาจจะต้องเฝ้าระวังเช่นเดียวกัน หากมีพายุบริเวณทะเลจีนใต้ที่ส่งผลต่อบริเวณอ่าวไทย

ขณะที่ทาง ดร.สุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. กล่าวว่า จากระบบคาดการณ์สภาพอากาศ (วาฟรอม) ของ สสนก. พบว่าอิทธิพลของพายุเบบินคาจะทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนตกตั้งแต่วันนี้ และจะตกหนักสุดในวันที่ 18 สิงหาคม ขณะเดียวกันอิทธิพลของพายุจะทำให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันตกกลับมามีฝนตกหนักอีกครั้ง ตั้งแต่แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ลงไปถึงภาคใต้ ทั้งนี้ ภาพรวมของพายุโซนร้อนเบบินคาจะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง 4-5 วัน

ซึ่งสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมคือการรับมือของเขื่อนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง แบ่งเป็น2กลุ่ม คือกลุ่มที่มีน้ำเกิน 100 เปอร์เซ็นของความจุเขื่อน ได้แก่เขื่อนแก่งกระจานและเขื่อนน้ำอูน กลุ่มที่2 เป็นเขื่อนที่มีน้ำเกินร้อยละ 80 ของเกณฑ์กักเก็บ ได้แก่เขื่อนน้ำพุง เขื่อนจุฬาภรณ์ และอีกเขื่อนที่ต้องวางแผนระบายน้ำเป็นพิเศษคือเขื่อนวชิราลงกรณ์ จ.กาญจนบุรี ที่พบว่าขณะนี้มีน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม คล้ายปี 2545 ที่ต้องระบายน้ำผ่านสปิลเวย์ แต่ขณะนี้ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรับน้ำเพิ่มเติมได้ เนื่องจากเขื่อนมีความจุอ่างทั้งหมด11,000ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนแล้วกว่า 7,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เฉพาะฉะนั้นต้องวางแผนระบายน้ำ เพื่อรับน้ำที่จะไหลเข้าเพิ่มเติมตลอดช่วงฤดูฝน อาจส่งผลให้น้ำในแม่น้ำแควและพื้นที่ไทรโยคมีน้ำเพิ่มขึ้น แต่หากในพื้นที่กาญจนบุรีมีฝนตกหนักถึง 200 มิลลิเมตร ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ติดชายแดนพม่า โดยเฉพาะ อ.สังขะ อาจจะเจอกับภาวะน้ำท่วมและน้ำป่าหลากเหมือนเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาได้

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.