แชร์โพสนี้

น.ส.วิภา บานเย็น อายุ 47 ปี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร ได้ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกกรมบังคับคดีนำประกาศยึดทรัพย์บ้านและที่ดิน เนื่องจากเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ให้กับนักเรียนจำนวน 60 คน แต่ในจำนวนนี้กว่าครึ่งที่ผิดนัดไม่ชำระหนี้

น.ส.วิภา เล่าว่า เมื่อ 20 ปีก่อนตนเริ่มรับราชการเป็นครูที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร จากนั้นได้มีโครงการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ขึ้นมา ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากเด็กจำนวนมาก แต่เนื่องจากกองทุนมีเงื่อนไขต้องมีผู้ค้ำประกันซึ่งเด็กบางคนพ่อแม่ไม่สะดวก ด้วยความเจตนาดีและหวังให้เด็กได้เรียนให้สูงเพื่อมีความรู้มีงานทำ จึงตัดสินใจลงชื่อเป็นผู้ค้ำประกันให้

จนเมื่อปี 2551 หรือ 10 ปีต่อจากนั้น ตนได้รับหมายศาลเกี่ยวกับเรื่องการขาดชำระของเด็กที่ตนเป็นผู้ค้ำประกันให้ โดยขอให้ไปดำเนินการไกล่เกลี่ยหนี้ โดยหมายศาลที่ส่งมาเกินครึ่งที่ตนติดต่อนักเรียนไม่ได้

กระทั่งเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีเอกสารไกล่เกลี่ยเงินกู้ของนักเรียนมาอีกครั้ง เป็นของนักเรียนจำนวน 2 ราย โดยระบุว่าต้องนำเงินไปจ่ายหนี้ที่ค้างชำระทั้งหมด ซึ่งเมื่อไม่สามารถติดต่อเด็กให้มารับผิดชอบได้ ตนในฐานะผู้ค้ำประกันจึงต้องหาเงินมาชำระแทนรวมเกือบ 4 หมื่นบาท

และเมื่อวันที่ 16 และ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหน้าที่จากกรมบังคับคดีได้นำป้ายคำสั่งบังคับคดีมายึดบ้านและที่ดิน ซึ่งมีราคาประเมิน 1.3 ล้านบาท และที่ดินอีกแปลงที่มีการประเมินไว้ 6 แสนบาท โดยให้ส่งเอกสารภายใน 15 วัน เมื่อตรวจสอบเอกสารก็พบว่าเป็นเอกสารหมายศาลบังคับคดีเร่ง การชำระเงินกู้ ของนักเรียนรายที่ 3 และรายที่ 4 เป็นการบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สิน เนื่องจากผลการเซ็นค้ำประกันร่วมเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน กยศ. ทำให้เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ตนจึงได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ กยศ. เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อมูล แต่ก็ได้รับการชี้แจงเพียงว่าต้องชำระหนี้เพื่อไม่ให้ถูกยึดทรัพย์สินซึ่งเป็นบ้านและที่ดิน จึงได้ชำระเงินในส่วนของนักเรียนรายที่ 3 และรายที่ 4 ไปเป็นจำนวนเงินกว่า 50,000 บาท รวมจำนวนเงินที่ตนเองชำระไปทั้งหมดขณะนี้ 97,000 บาท

โดยจะต้องนำเอกสารนี้ไปยื่นให้กับเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีที่ จ.กำแพงเพชร เพื่อให้ถอนการยึดทรัพย์สิน แต่ตนก็ต้องตกใจเมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีนักเรียนที่ตนเป็นผู้ค้ำประกันอีกเกือบ 30 คนที่ไม่ชำระหนี้ และในจำนวนนี้มีนักเรียนผู้กู้อีก 4 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการเรื่องเอกสาร เพื่อเข้าสู่ขบวนการออกหมายศาลบังคับคดีเช่นกัน และจะดำเนินการส่งเอกสารหมายศาลบังคับคดีภายในปีนี้ ซึ่งก็อาจทำให้ทรัพย์สินที่เพิ่งถอนถูกคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินอีกครั้ง

เมื่อมาคำนวณหนี้ที่นักเรียนยังค้างกว่า 30 คนเป็นเงินหลักล้านบาทแล้ว ทั้งที่เงินต้นของแต่ละคนแค่หลักหมื่นต้นๆ แต่เมื่อไม่มีการชำระจึงมีดอกเบี้ยและค่าปรับจนยอดเงินสูงจนทบต้นไปมาก ซึ่งตนคงไม่มีเงินที่จะจ่ายแทนได้ทั้งหมด ดังนั้นทรัพย์สินที่มีก็อาจโดนยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาด และเมื่อไม่มีทรัพย์สินให้ยึดก็อาจถูกฟ้องล้มละลายหรือไม่ ซึ่งตนและคณะครูยังได้ติดตามนักเรียนผู้กู้

จึงอยากฝากถึงลูกศิษย์ผ่านสื่อให้ช่วยมารับผิดชอบในเรื่องนี้เพราะตนลำบากอย่างมาก นอกจากนี้อยากขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะตนเองไม่สามารถรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดได้

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.