แชร์โพสนี้

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมพลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงการจับกุม นายอารอพี เซ็ง อายุ 32 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนักกว่า 500 กิโลกรัม โทรศัพท์มือถือ และรถยนต์ หลังสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษฉลองรัช หรือด่านจตุโชติ ขาเข้า

 

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวลา 06.30 น. การจับกุมครั้งนี้ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีขบวนการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่มาจากภาคเหนือเพื่อนำลงไปในพื้นที่ภาคใต้ โดยจะใช้รถยนต์ยี่ห้ออีซุซุ รุ่นมิวเอ็กส์ สีบอร์นเงิน ไม่ทราบเลขทะเบียน ในการลำเลียงยาเสพติดผ่านเส้นทางวงแหวนกาญจนาภิเษกหรือวงแหวนตะวันออก ตำรวจจึงได้วางกำลังสังเกตการณ์กระทั่งพบรถยนต์คันดังกล่าว ตรงตามรูปพรรณที่ได้รับแจ้งจึงได้เฝ้าติดตามจนกระทั่งถึงบริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษฉลองรัช หรือด่านจตุโชติ จึงเข้าแสดงตัวเข้าตรวจค้น จนพบของกลางดังกล่าวอยู่ภายในรถพร้อมผู้ต้องหา

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ระบุว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาสารภาพว่าได้รับจ้างจากนายทุนทางภาคใต้ ให้ทำหน้าที่ขับรถคันดังกล่าวส่งยาเสพติดไปภาคใต้ โดยได้ค่าจ้างเป็นเงิน 100,000 บาท และอ้างว่าทำงานนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งขั้นตอนของขบวนการนี้จะใช้คนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เข้ามาดำเนินการและแบ่งการขนส่งเป็นช่วงๆ เพื่อตัดตอนการรู้ต้นทางและปลายทาง ซึ่งในส่วนของตัวผู้ต้องหารายนี้ เป็นผู้ดำเนินการในช่วงที่ 3 หลังจากช่วงแรก จะมีขบวนการขนข้ามชายแดน และมีช่วงที่ 2 รับจากชายแดนนำลงมาพักที่จังหวัดสระบุรี และผู้ต้องหารายนี้รับจากสระบุรีลงไปส่งยังผู้รับช่วงที่ 4 ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม

ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทราบว่าเคยมีประวัติถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาหลายครั้งในข้อหาครอบครองยาเสพติดสองคดีเมื่อปี 2552 และปี 2553 ที่ สภ.เมืองนราธิวาสและข้อหาเสพยาเสพติดที่จังหวัดสงขลาเมื่อปี 2556 โดยต่อจากนี้จะมีการสั่งการให้ขยายผลหาเครือข่ายที่ยังมีเหลือต่อไป ส่วนยาไอซ์ทั้งหมดที่พบว่าช่วงที่ผ่านมามีการจับกุมได้ปริมาณมากๆ เป็นผลมาจากการพยายามสกัดกั้นของทางเจ้าหน้าที่ ที่ชายแดนภาคเหนือ ทำให้ยาขาดตลาด ทำให้ต้องมีการพยายามขนนำเข้ามาที่ชายแดนในภาคอีสาน ก่อนส่งลงใต้และส่งออกไปยังประเทศปลายทาง ที่เมื่อยาไอซ์ไปถึงจะมีมูลค่าสูงขึ้นมาก ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่รู้ตัวเครือข่ายนี้แล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าจะมีการออกหมายจับได้อีก 1-2 คน ในเร็วๆนี้

ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.