แชร์โพสนี้

วานนี้ (14 ธ.ค.) ศาลฎีกาออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 มาตรา 326 และมาตรา 328 กรณีกล่าวหานายสุเทพใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ สั่งการให้มีการแก้ไขการประมูลการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่งทั่วประเทศเอื้อผลประโยชน์ให้บริษัทเอกชนจนเกิดความเสียหาย
 
ซึ่งนายธาริต เดินทางมาศาลด้วยตัวเอง และยื่นคำร้องขอให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปก่อนเพื่อขอเวลาไกล่เกลี่ยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพราะได้นัดหมายที่จะยอมความกันไว้แล้ว ซึ่งศาลได้มีการสอบถามทนายของนายสุเทพ ที่มาฟังคำพิพากษาแทนว่าจริงหรือไม่ ทำให้ทนายความของนายสุเทพ แถลงต่อศาลยืนยันว่านายสุเทพไม่ต้องการประนีประนอม ยอมความตามที่จำเลยอ้าง อีกทั้งเห็นว่าหนึ่งในคำร้องของจำเลยที่ศาลอาญาส่งมาแจ้ง มีการแนบจดหมายลับ ที่ระบุว่า นายธาริตล่วงรู้คำพิพากษามาก่อน เพราะมีคำพิพากษารั่วไหล และยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ หากสื่อมวลชนได้อ่านก็จะตกใจว่ามีการทำกันได้ขนาดนี้
 
อีกทั้ง มีความพยายามจากผู้ใหญ่ในสำนักงานอัยการสูงสุดโทรหานายสุเทพเพื่อขอไกล่เกลี่ย แต่นายสุเทพต้องการให้อ่านคำพิพากษาทันที ศาลจึงเห็นว่าไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ แม้จำเลยจะทักท้วงและขอความเมตตา ซึ่งศาบเห็นว่าคดีนี้มีความพยายามยื้อด้วยการยื่นคำร้องหลายครั้งจึงนัดมาอ่านคำพิพากษาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อไม่ให้มีการเลื่อนอีก
 
ศาลจึงอ่านคำพิพากษา ชี้ว่าคดีนี้นายธาริตหมิ่นประมาทนายสุเทพ เทือกสุบรรณโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 เนื่องจากธาริต ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2556 ขณะลงพื้นที่ไปตรวจสอบการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นการดูหมิ่นโจทก์ สร้างความเกลียดชัง พูดในลักษณะตัดสิน ชี้นำ ทั้งนี้อำนาจการวินิจฉัยเป็นอำนาจ ของ ป.ป.ช.
 
อีกทั้งโจทก์ชี้แจงว่าแก้ไขเปลี่ยนแปลงวิธีการประมูลบริษัทก่อสร้างโรงพัก สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ยื่นเสนอ ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณในฐานะรองนายกรัฐมนตรี อนุมัติเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการใช้อำนาจแทรกแซง เอื้อผลประโยชน์
 
ศาลฎีกาจึงกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ สั่งจำคุก 1 ปี นายธาริต โดยไม่รอลงอาญา ตามความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 เพราะเห็นว่าบางข้อจำเลยหมิ่นประมาทจริง รวมทั้งไม่อนุญาตให้แก้ไขคำให้การเนื่องจากโจทก์ไม่ยอมไกล่เกลี่ย ก่อนจะนำตัวขึ้นรถเรือนจำควบคุมตัวไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป
 
นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของนายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าคดีนี้เป็นเพียงคดีแรก ยังมีคดีที่สองที่นายธาริต หมิ่นนายสุเทพ กล่าววหาว่านายสุเทพ ฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรี ในเรื่องเดียวกันและขณะนี้เรื่องอยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ แล้ว
 
ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เมื่อคดีถึงที่สุด ถือว่าจบแค่นั้น 
ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.