แชร์โพสนี้

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จัดแถลงข่าว “กกต.พร้อมจัดการเลือกตั้ง ส.ว.” เพื่อชี้แจงต่อสื่อมวลชนและผู้บริหารกกต.ให้รับทราบถึงความพร้อมของสำนักงาน กกต. ในการเลือก ส.ว. และได้รับทราบเจตนารมณ์ของกฎหมายในการเลือก ส.ว. รวมทั้งรับรู้และเข้าใจข้อพึงระวังในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนในช่วงที่มีการเลือก ส.ว. โดยมีผู้บริหารสำนักงาน กกต. และตัวแทนสื่อมวลชนจากสำนักต่างๆเข้าร่วมกว่า 220 คน

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า เนื่องจากบทบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับการเลือก ส.ว.มีความเปลี่ยนแปลงไปตามรัฐธรรมนูญ 60 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.2561 จึงมีสาระสำคัญหลายประกาสที่จะต้องสร้างความเข้าใจร่วมกัน ทั้งนี้การจัดเลือก ส.ว.ครั้งนี้เป็นครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ และเป็นครั้งแรกที่ กกต.ชุดนี้จะได้ปฏิบัติภาระกิจสำคัญ โดยการเตรียมความพร้อมการเลือก ส.ว.ในวาระเริ่มแรก กำหนดให้ ส.ว.มี 250 คน มาจากการสรรหาและแต่งตั้ง 3 ส่วน ส่วนแรก คือ กกต.จัดให้มีการเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และประดับประเทศ จาก 10 กลุ่มอาชีพ จากนั้นคัดให้เหลือ 200 คน เสนอรายชื่อให้ คสช.คัดเลือกเหลือ 50 คน ขึ้นบัญชีสำรองอีก 50 คน ส่วนที่สอง คือ คณะกรรมการสรรหาที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.สรรหา ส.ว.400 รายชื่อ และเสนอให้คสช.คัดเลือกเหลือ 194 คน และส่วนที่สาม คือ ส.ว.ที่เป็นโดยตำแหน่ง 6 คน

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการได้มาซึ่ง ส.ว.ครั้งนี้เป็นการเปิดกว้างให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้มากยิ่งขึ้น ทั้งการเป็นผู้สมัครเข้าเพื่อให้มีสิทธิเลือก ส.ว. หรือการเป็นผู้ได้รับเลือกให้เป็น ส.ว. โดยสามารถสมัครเองหรือให้องค์กรที่ กกต.รับรองเสนอชื่อเข้าร่วมคัดเลือก โดยจากการรับลงทะเบียนองค์กรทั้งสิ้น 476 องค์กร มีองค์กรที่ผ่านการตรวจคุณสมบัติ 436 องค์กร

ประธาน กกต. กล่าวอีกว่า กกต.จะเริ่มดำเนินการโดยจะเปิดรับสมัคร ส.ว. ในวันที่ 26-30 พ.ย.นี้ โดยกำหนดวันเลือก ส.ว.ระดับอำเภอ วันที่ 16 ธ.ค. ระดับจังหวัด วันที่ 22 ธ.ค. และระดับประเทศ วันที่ 27 ธ.ค. ทั้งนี้ กกต.คาดว่าเสนอ 200 รายชื่อให้ คสช.พิจารณาคัดเลือกได้ภายใน วันที่ 2-5 ม.ค.2562 อย่างไรก็ตามการเตรียมการเลือก ส.ว.ขณะนี้ถือว่ามีความพร้อมทุกด้าน ทั้งการประสานงานกระทรวงมหาดไทย การจัดอบรมผู้ตรวจการเลือกตั้ง และจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สำนักงานกกต.จังหวัด ในการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ส.ว. พบว่ายังไม่มีจังหวัดใดมีปัญหา โดยจะมีการตั้งศูนย์อำนวยการประสานงานการเลือก ส.ว. ทั้งสำนักงาน กกต.ส่วนกลางและระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และมีการตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์การได้มาซึ่ง ส.ว. เพื่อรับรายงานผลการเลือก ส.ว. รวมทั้งรายงานข้อมูลการเลือก ส.ว.ให้สื่อมวลชนได้รับทราบ

“การเลือก ส.ว.ในครั้งนี้ กกต.ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 1,300 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้ได้มาซึ่ง ส.ว.โดยหน่วยงานของ กกต.เองประมาณ 1,176 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้ได้มาซึ่ง ส.ว.โดยหน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ ประมาณ 126 ล้านบาท หวังว่าภายใต้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมานี้กกต.จะใช้จ่ายให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้การเตรียมการทั้งหมด กกต.ได้ร่วมแรงร่วมใจเพื่อให้การเลือก ส.ว.ครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเชื่อและหวังว่าการเตรียมความพร้อมของกกต. จะทำให้การเลือก ส.ว.ครั้งนี้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม และเชื่อว่าการจะจัดการเลือก ส.ว.ให้ประสบผลสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย”นายอิทธิพร กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า การเลือกสว.จำนวน 200 คน เพื่อเสนอให้คสช.เลือกเหลือ 50 คน และขึ้นบัญชีสำรอง 50 คนครั้งนี้ มีความสำคัญ เนื่องจากสว.ทั้ง 250 คนจะมีบทบาทร่วมกับสส.อีก 500 คน ในการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยในส่วนของสว.มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี เท่ากับมีสิทธิเลือกนายกฯไม่น้อยกว่า 2 สมัย จึงไม่อยากให้มองว่าเลือกได้สว.แค่ 50 คน แต่ใช้งบประมาณ 1,300 ล้านบาท แล้วจะไม่คุ้มค่า เพราะเสียงสว.หนึ่งเสียงมีความหมายในการเลือกนายกฯด้วย อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการตื่นตัวของประชาชนในการเลือกสว.ค่อนข้างน้อย เพราะผู้มีสิทธิเลือกไม่ใช่ประชาชนแตกต่างจากการเลือกสส. จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยเผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการเลือกสว.ด้วย

นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขา กกต. เตือนสื่อมวลชนในการเสนอข่าวการรับสมัครสว.ว่า จะไม่สามารถเปิดเผยชื่อหรือจำนวนผู้สมัครได้ จนกว่าจะปิดการรับสมัครในระดับอำเภอ เนื่องจากกฎหมายไม่ต้องการให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ

ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.