แชร์โพสนี้

วันนี้ (4 พ.ค. 2561) เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายศาลเข้าตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมือง 12 ร้านเป้าหมาย ที่ก่อนหน้านี้ไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เบื้องต้นพบสารตั้งต้นในการผลิตครีมยี่ห้อต่างๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาต

เครื่องปริ๊นเตอร์ขนาดใหญ่สำหรับทำสติ๊กเกอร์ผลิตภัณฑ์ และส่วนผสมสารตั้งต้นในการทำผลิตภัณฑ์เสริมความงาม และเครื่องสำอาง เป็นของกลางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยึดได้จากร้านค้า 1 ใน 12 ร้านเป้าหมาย ที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้น ภายในตลาดแอร์พอร์ต หรือตลาดใหม่ดอนเมือง เบื้องต้นไม่มีการจดทะเบียนขอตั้งโรงงาน รวมทั้งไม่มีการขออนุญาตผลิต ถือว่าผิดกฎหมาย

โดยอาคารพาณิชย์ 2 คูหา จำนวน 4 ชั้น ชั้นแรกเปิดเป็นร้านค้าที่ขายครีมพร้อมรับออเดอร์ของลูกค้า ขณะที่ชั้น 2-4 เปิดเป็นโรงงานผลิตครีมที่มีการกวนและกรอกครีมเอง และครีมผลิตสำเร็จแล้วที่รอการบรรจุส่งลูกค้า จากการตรวจสอบอย่างละเอียดยังพบส่วนผสมที่เป็นสารเคมีชนิดต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้จำนวนมากภายในร้านค้า ที่สำคัญยังพบเเป้นพิมพ์สลาก รวมทั้งกล่องผลิตภัณฑ์ อีกทั้งบัญชีรายชื่อของลูกค้าที่สั่งผลิตด้วยอีกจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ อย. ตรวจสอบผลิตภัณฑ์พบว่าทั้งหมดปลอมเลขที่จดแจ้งจากทาง อย. มีการใช้สลากปลอมและมีการโฆษณาสรรพคุณเกินจริง ส่วนสารที่ผสมครีมนั้น อย. จะต้องนำของกลางทั้งหมดกลับไปตรวจสอบอีกครั้ง

ขณะที่การเข้าตรวจค้นวันนี้ยังพบผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้ดูแลอาคารมาแสดงตัวกับตำรวจ โดยเธอยอมรับว่าผลิตครีมมานานกว่า 2 ปีแล้ว โดยเช่าอาคารต่อมาจากเจ้าของตลาด ที่ผ่านมาผลิตและส่งสินค้าให้กับลูกค้าทั่วประเทศ รวมทั้งรับผลิตแบรนด์ให้กับลูกค้าที่มีความต้องการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ดูแลกลับอ้างว่าตัวเองไม่ได้ต้องการที่จะปลอมแปลงหรือสวมเลขทะเบียน อย. และสิ่งที่ทำไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และต้องการหาเงินไปเลี้ยงดูครอบครัว ขณะที่เจ้าหน้าที่ อย. เห็นแย้งว่าการกระทำของเจ้าของตึกชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายอย่างชัดเจน

อีกจุดพบสินค้าที่เป็นสารตั้งต้นสำหรับการผลิตเครื่องสำอางจำนวนมาก รวมทั้งสูตรในการผลิตเครื่องสำอาง อาทิ สารที่ติดป้ายข้อความ หัวนมชมพู, ระเบิดขี้ไคล ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจค้นในจุดอื่นๆ ภายในตลาดใหม่ดอนเมือง

พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับ 12 จุดเป้าหมาย ที่ขออนุมัติหมายค้นจากศาล เป็น 12 ร้านที่ไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ซึ่งเมื่อเข้ามาตรวจสอบก็พบทั้งวัตถุดิบ สารตั้งต้นชนิดต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบในการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน และผิดกฎหมาย ซึ่งการเข้าตรวจค้นแต่ละร้านค้าก็จะพบผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายหลายยี่ห้อต่างกัน ไม่ต่ำกว่า 1,000 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็จะต้องนำกลับไปตรวจสอบว่าแต่ละผลิตภัณฑ์มีความผิดข้อใด มีการจดแจ้งเลขถูกต้องหรือไม่ มีการปลอมแปลงเลขจดแจ้งหรือไม่ ซึ่งจะต้องดูเป็นแต่ละผลิตภัณฑ์

ซึ่งการเข้าตรวจสอบในวันนี้เป็นการสนธิกำลังระหว่างตำรวจ กว่า 300 นาย เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่องค์การอาหารและยา หรือ อย. กรมสรรพากร และกรมโรงงาน ส่วนใหญ่ที่ตรวจพบมักจะเป็นของผิดกฎหมาย ทั้งเลข อย. เลขจดแจ้งปลอม ไม่มีการจดแจ้ง และเป็นการผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต และพบว่าเป็นแหล่งที่มีการรับจ้างผลิตสินค้ามากกว่า 1,000 รายการ ส่งสินค้ากระจายอยู่ทั่ว กทม. และทั่วประเทศ แม้เจ้าของร้านจะชี้แจงว่าไม่ได้เป็นโรงงานผลิต แต่จากพฤติการณ์ที่พบมีทั้งเครื่องผสม บรรจุภัณฑ์ และเครื่องจักร ตามหลักกฎหมายจึงถือเป็นสิ่งที่ใช้ในการผลิตอยู่แล้ว และผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะต้องนำไปให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบว่ามีสารต้องห้ามหรือไม่ เป็นภัยต่อสุขภาพ และชีวิตของประชาชนอย่างไร

ส่วนร้านไหนที่ยังไม่เปิดก็จะทำการขอหมายศาลเข้าค้นอีก นอกจากนี้มีการตรึงกำลังตลอดทั้งคืนเพื่อไม่ให้มีผู้ใดลักลอบเข้ามาขนย้ายของไปจำหน่าย สำหรับเจ้าหน้าที่ที่มีการอำนวยความสะดวกให้กับพ่อค้าแม่ค้านั้น อย่างไรก็ตามจะเดินให้สุดทางและมีการดำเนินคดีกับทุกราย ตนจะเป็นคนดำเนินคดีการตรวจเองอย่างละเอียด โดยจะนำสิ่งของทั้งหมดก็จะนำไปจัดเก็บที่ บก.จร. ชั่วคราว อย่างไรก็ตามในส่วนของร้านในตลาดแอร์พอร์ตเหลือเพียง 18 ร้าน ซึ่งหากพ่อค้าแม่ค้ายินยอมให้ตรวจค้นก็จะสามารถเปิดร้านได้ตามปกติ

ด้านพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า กรณีพันตำรวจโทสันธนะ นั้น บ้านเมืองมีกฎหมายก็ต้องทำกฏหมายให้เป็นกฎหมาย ไม่ใช่มาขายสินค้าอย่างนี้ ทุกคนสามารถขายได้แต่ต้องขายสินค้าที่ถูกต้อง ส่วนผู้ใดที่เข้ามาขัดขวางเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ก็จะดำเนินการทันที

ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.