แชร์โพสนี้

ความคืบหน้ากรณี นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารบริษัทอิตาเลี่ยนไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมพวก 4 คน ถูกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจับกุม หลังพบเข้าไปล่าสัตว์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี และพบซากไก่ฟ้าหลังเทา ซากเสือดำ และซากเก้ง รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าสัตว์ นั้น

ล่าสุด นางสาวกาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยถึงกรณีที่ได้รับคำเชิญเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. ในคดีการลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร โดยยืนยันว่าไม่ทราบประเด็นที่พนักงานสอบสวนต้องการข้อมูล ซึ่งก็จะเข้าให้ข้อมูลไปตามข้อเท็จจริงที่ทราบ โดยกรณีการเข้าพื้นที่ของนายเปรมชัย กับพวก เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา ได้รับการประสานจาก นายนพดล พฤกษะวรรณ ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการในกรมอุทยาน ว่ามีคนรู้จักจะขออนุญาตเข้าพื้นที่ไปศึกษาธรรมชาติ

ซึ่งตนได้อธิบายไปว่า อำนาจหน้าที่ไม่ได้อยู่ในส่วนของตนรับผิดชอบแล้ว ต้องเป็นของพื้นที่บ้านโป่งเป็นผู้อนุญาต จึงได้ให้ข้อแนะนำเบอร์โทรศัพท์ในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ และได้โทรศัพท์ไปบอกกับเจ้าหน้าที่บ้านโป่งว่าจะมีคนติดต่อเข้าไปขออนุญาต หลังจากนั้นก็ได้มีการโทรศัพท์พูดคุยกับนายนพดลอีก 2 ครั้ง โดยครั้งหนึ่งคือตอนที่ไม่สามารถติดต่อนายนพดลได้ และครั้งสุดท้ายคือหลังจากที่ติดต่อกับนายนพดลได้แล้ว

ทั้งนี้ ยังยืนยันว่าไม่รู้จักกับ นายนพดล หรือนายเปรมชัย เป็นการส่วนตัว รวมถึงนายวิเชียร ที่เป็นหัวหน้าชุดจับกุม ก็รู้จักกันเพียงผิวเผิน นอกจากนี้ตนยังไม่เคยเห็นหนังสือขออนุญาตเข้าพื้นที่ และการออกหนังสือนุญาต ก็ต้องยื่นกับพื้นที่บ้านโป่ง ไม่ได้ส่งมาให้ตนอนุมัติแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันยอมรับว่ารู้สึกท้อแท้กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะไม่คิดว่าการที่เป็นคนแนะนำเรื่องการประสานงาน จนนำไปสู่การลักลอบล่าสัตว์ป่า จะทำให้เกิดเหตุสลดใจขึ้น ไม่คิดว่ายังมีคนประเภทนี้อยู่ในสังคม และยังถูกสังคมมองว่าตนเองเป็นผู้ให้การสนับสนุน และหากสุดท้ายไม่มีที่ยืนในสังคมก็อาจพิจารณาลาออกจากตำแหน่ง ก่อนเกษียนอายุราชการที่เหลืออีกเพียง 1 ปี

ขณะที่ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายวิเชียร ชินวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ตั้งแต่เมื่อวานนี้จนถึงขณะนี้ พนักงานสอบสวนยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายวิเชียรแต่อย่างใด มีเพียงการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับนายเปรมชัยและพวก ฐานติดสินบนเจ้าพนักงานเท่านั้น

โดยจากการสอบปากคำนายวิเชียร ให้การว่า คณะของนายเปรมชัยมีความพยายามติดสินบน ทั้งนี้ในทางกฎหมายเพียงแค่แสดงความพยายามก็ถือว่ามีความผิดแล้ว นอกจากนี้นายวิเชียร ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป.ไว้แล้ว

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวในโลกโซเชียลมีเดียว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับนายวิเชียรนั้น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าในประเด็นนี้ยังไม่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษหรือแจ้งข้อหาใดๆ กับนายวิเชียร ส่วนการอนุญาตให้นายเปรมชัยและพวกเข้าไปภายในอุทยานฯ ทราบว่าเป็นการอนุญาตเข้าพื้นที่ตามระเบียบซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือจ่ายค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาท ส่วนยานพาหนะจ่ายคันละ 30 บาท และกรณีที่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานฯ เพื่อเข้าไปศึกษาวิจัยธรรมชาติ โดยได้รับการงดเว้นค่าธรรมเนียม

ซึ่งกรณีนี้ทราบว่าเป็นการเข้าโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม เป็นการอนุญาตจากดุลพินิจภายในหน่วยฯ ซึ่งเป็นเรื่องภายในของกรมอุทยานฯ ตำรวจไม่สามารถไปวุ่นวายได้ แต่เบื้องต้นจากการสอบปากคำได้ทำรายงานไปยังอธิบดีกรมอุทยานทราบฯแล้ว ส่วนในกรมอุทยานจะมีการดำเนินการอย่างไรไม่สามารถก้าวล่วงได้ ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายวิเชียร ตามที่เป็นกระแสข่าวแต่อย่างใด ข่าวสารที่เสนอไปอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนของสื่อบางสำนัก

ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.