นศ.หนุ่มถูกจับเมาแล้วขับ ก่อนดับคาห้องขังสน.บางนา แม่ยังติดใจสาเหตุการตาย

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
418 ครั้ง

แชร์โพสนี้

 
เกิดเหตุ นายสิทธ์สวัสดิ์ เอี่ยมลาภะ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 อายุ 21 ปี เสียชีวิตในห้องขัง สน.บางนา ภายหลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาเมาแล้วขับ ซึ่งผลการชันสูตรศพเบื้องต้นระบุสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากหัวใจวายโดยไม่ทราบสาเหตุ ด้านมารดาของผู้เสียชีวิตยังติดใจในสาเหตุการตายของลูกชาย
 
นางสาวนิธินารถ ป้องกันภัย มารดาของผู้เสียชีวิต อายุ 55 ปี เปิดเผยว่า ทราบเรื่องจากลูกสาวว่าลูกชายถูกจับกุมในข้อหาเมาแล้วขับ จึงรีบเดินทางมาประกันตัว แต่กลับได้รับทราบข่าวว่าลูกชายเสียชีวิตแล้วในห้องขัง ทำให้ตนรู้สึกมึนงง ตกใจ และยังรู้สึกคาใจกับการเสียชีวิตของลูกชาย โดยลูกสาวซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนหน้าที่ลูกชายจะถูกจับได้ไปสังสรรค์กินเลี้ยงกับเพื่อนๆ และได้นัดน้องสาวให้มาพบเพื่อกลับบ้านพร้อมกัน โดยเมื่อมาถึงถนนเทพรัตน์ (บางนา-ตราด) ด้านขาออก ก็พบด่านตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลล์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ลูกชายเป่าเพื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ วัดได้ 170 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มีปริมาณเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และเจ้าหน้าที่ได้ให้ลูกชายมานั่งเป่าอยู่ที่โต๊ะเพื่อตรวจวัดอยู่หลายครั้ง จนลูกชายฟุบคาโต๊ะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เจ้าหน้าที่จึงพาตัวลูกชายไปคุมขังในห้องขัง ที่ สน.บางนา จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาสักพัก เจ้าหน้าที่ได้มาบอกกับลูกสาวตนว่าพี่ชายเสียชีวิตแล้ว
 
ทั้งนี้ ตนและครอบครัวยังรู้สึกคาใจในสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชาย หลังผลการชันสูตรศพเบื้องต้นระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากหัวใจวายโดยไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากลูกชายอายุยังน้อย เป็นคนสุขภาพแข็งแรง ไม่เคยมีปัญหาสุขภาพ และไม่เคยทราบว่าลูกชายมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ โดยหลังจากนี้จะนำศพลูกชายไปตั้งบำเพ็ญกุศล ณ ศาลา 2 วัดบางนานอก ถนนสรรพาวุธ แขวงและเขตบางนา เป็นเวลา 5 คืน แต่ยังไม่กำหนดวันเผา เนื่องจากยังสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิต
 
ด้าน พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รอง ผบช.น. รับผิดชอบพื้นที่ บก.น.5 เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจาก ผกก.สน.บางนา ว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์อยู่นั้น ผู้ตายได้ถูกให้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ และพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงแจ้งข้อกล่าวหาเมาแล้วขับ และได้ควบคุมตัวไปที่ สน.บางนา กระทั่งสิบเวรประจำห้องผู้ต้องขังพบว่าผู้ตายได้เสียชีวิตแล้ว จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และให้แพทย์มาชันสูตรพลิกศพ พบว่าเกิดจากหัวใจวายเฉียบพลัน ทั้งนี้ จากรายงานพบว่าผู้ตายไม่ได้เสียชีวิตทันทีที่ด่านตรวจ ซึ่งก็ต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าผู้ตายมีโรคประจำตัวหรือไม่
 
นอกจากนี้ ตนได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ว่าดำเนินการถูกต้องหรือ ไม่ และผู้ตายถูกทำร้ายร่างกายด้วยหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.