สหรัฐอเมริกา พี่ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลหญิง

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
12,181 ครั้ง

แชร์โพสนี้

หากใครติดตามวงการฟุตบอลหญิงอยู่บ่อยๆ คงจะพอรู้ว่ายอดทีมยักษ์ใหญ่ หรือทีมมหาอำนาจแห่งวงการลูกหนังแม่เนื้ออ่อน มีอยู่ไม่กี่ทีม อย่าง เยอรมนี, ฝรั่งเศส, สวีเดน, อังกฤษ, บราซิล, นอร์เวย์ รวมไปถึงอดีตแชมป์โลก 2 สมัย สหรัฐอเมริกา

 

                เมืองลุงแซม สหรัฐอเมริกา มีทีมกีฬาหญิงที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งเกือบทุกชนิดกีฬา รวมไปถึงกีฬาฟุตบอล หรือที่บ้านเขาเรียกกันว่า “ซ็อคเกอร์” พวกเขากวาดแชมป์ในทัวร์นาเมนต์ต่างๆมาตลอด ไล่ตั้งแต่ชิงแชมป์โซนคอนคาเคฟ (อเมริกาเหนือ) เป็นแชมป์ถึง 7 สมัย จากการลงเล่นทั้งหมด 9 ครั้ง, แชมป์โอลิมปิกเกมส์ 4 สมัย จากการลงเล่นทั้งหมด 5 ครั้ง

 

                แต่ในฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก พวกเขากลับคว้าแชมป์ได้เพียง 2 ครั้ง จากการลงเล่น 7 ครั้ง โดยในการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งแรก เมื่อปี 1991 ที่ประเทศจีน เป็นเจ้าภาพ พวกเขาเฉือนชนะ นอร์เวย์ ในรอบชิงชนะเลิศ 2-1 ซิวแชมป์สมัยแรกมาครอง แต่อีก 4 ปีถัดมา ที่สวีเดนเป็นเจ้าภาพ พวกเขามาโดนนอร์เวย์เอาคืนในรอบรองชนะเลิศ พ่ายไป 0-1 และสุดท้ายก็เป็นนอร์เวย์ ที่คว้าแชมป์ไปครองได้ในปีนั้น อย่างไรก็ตาม อเมริกา มาทวงบัลลังก์แชมป์ได้สำเร็จศึกชิงแชมป์โลกครั้งที่ 3 ในปี 1999 รอบชิงฯ พวกเขาเอาชนะทีมชาติจีนในการดวลลูกโทษ 5-4 หลังในเวลา 90 นาที ทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกัน 0-0 คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ

 

                หลังจากนั้นเป็นต้นมา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีมมะกัน พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จเลยในการแข่งขันชิงแชมป์โลก ถึงแม้พวกเขาจะได้เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ก็ตามที โดยในการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งที่ 4 ปี 2003 ที่อเมริกา รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ แต่กลับโดนทีมที่มาแรงที่สุด ณ เวลานั้น อย่าง “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ไล่ต้อนในรอบรองชนะเลิศ พ่ายไป 0-3 ต่อหน้าแฟนบอลเกือบ 3 หมื่นคนที่สนามพีจีอี พาร์ค เมืองพอร์ตแลนด์ จอดป้ายเพียงรอบ 4 ทีมสุดท้าย และปล่อยให้ทีมฟอร์มแรงอย่าง เยอรมนี คว้าแชมป์โลกในครั้งนั้นไปครองในบ้านของตัวเองแท้ๆ โดยสหรัฐอเมริกา คว้าที่ 3 เป็นการปลอบใจ

 

                ในอีก 4 ปีถัดมา ชิงแชมป์โลกครั้งที่ 5 ปี 2007 ที่ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพ อเมริกา ที่หมายมั่นปั้นมือทวงแชมป์โลกให้ได้  แต่กลับต้องมาผิดหวังอีกครั้ง หลังโดนความมหัศจรรย์ของศูนย์หน้าร่างจิ๋ว เจ้าของความสูง 160 เซ็นติเมตร ที่มีนามว่า “มาร์ต้า” ของทีม “แซมบ้า” บราซิล เล่นงานในรอบรองชนะเลิศ พ่ายไปแบบเละเทะ 0-4 จอดป้ายเพียงรอบนี้เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน แต่สุดท้ายในครั้งนั้น บราซิล ที่เอาชนะอเมริกาในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ก็ไปพ่ายความแข็งแกร่งของทีมสาวอินทรีเหล็ก เยอรมนี พลาดคว้าแชมป์โลกสมัยแรก ส่วนสหรัฐอเมริกา ยังไปแก้ตัวได้ในรอบชิงอันดับ 3 ถล่มนอร์เวย์ไป 4-1

 

                มาถึงในฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกครั้งที่ 6 ปี 2011 ที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพ สหรัฐอเมริกา หวังจะกลับมาคว้าแชมป์อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้พวกเขามุ่งมั่นอย่างเต็มที่ แก้แค้นทีมแซมบ้า บราซิล ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย จากการดวลลูกโทษ และเอาชนะทีม “ตราไก่” ฝรั่งเศส แบบไม่ยากเย็น 3-1 ในรอบ 4 ทีมสุดท้าย และดูเหมือนว่าเส้นทางการคว้าแชมป์ของพวกเขาจะดูสดใส เนื่องจากรอบชิงชนะเลิศ คู่ต่อกรของพวกเขา คือ ทีมนอกสายตาอย่างทีมชาติญี่ปุ่น ที่เป็นแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ ปราบมาทั้ง เยอรมนี และสวีเดน 2 ทีมยักษ์ใหญ่ ในรอบ 8 ทีม และ 4 ทีมสุดท้าย จนทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ มาชนกับอีก 1 ยักษ์อย่างสหรัฐอเมริกา แต่สุดท้ายทีมหญิงญี่ปุ่น แสดงให้คนทั้งโลกเห็นว่า พวกเขาไม่ได้ผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศเพราะความฟลุ๊ค โดยทีมหญิงมะกัน โดนสาวยุ่นไล่ตามตีเสมอได้ถึง 2 ครั้ง 2 หน เล่นกัน 120 นาทีเสมอกัน 2-2 และสุดท้ายเป็นสาวยุ่น ที่ดวลโทษได้แม่นกว่า เอาชนะไป 3-1 สร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมเอเชียทีมแรกที่คว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ และสร้างความชอกช้ำใจให้แก่ทีมสาวมะกันอีกครั้ง

 

                ส่วนในฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ที่จะฟาดแข้งกันระหว่างวันที่ 6 มิ.ย. ถึง 5 ก.ค.นี้ ทีมแดนลุงแซม ยังตั้งเป้าที่จะกลับไปทวงบัลลังก์แชมป์ให้ได้อีกครั้งในรอบ 16 ปี แข้งตัวหลักยังอยู่กันครบครัน นำโดย ผู้รักษาประตูจอมหนึบ โฮป โซโล, กัปตันทีม คริสตี แรมโพน, กองหลังจอมเก๋า ลอรี่ ชลุปนี่, 3 มิดฟิลด์จอมเก๋า อย่าง ฮีเธอร์ โอเรลลี่, คาร์ลี ลอยด์, แชนนอน บ็อกซ์ และศูนย์หน้าจอมถล่มประตู วัย 34 ปี อย่าง แอ็บบี้ วัมบัช ที่เจาะตาข่ายไปแล้ว 182 ลูก จากการรับใช้ชาติ 241 นัด โดยมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือ ซึ่งตอนนี้เป็นหน้าที่ของ จิลเลี่ยน เอลลิส ที่เคยคุมทีมชั่วคราวแทน ปิแอ ซันด์เฮจ ในปี 2012 ซึ่ง เอลลิส กลับมาคุมทีมอย่างเต็มตัวอีกครั้ง ตั้งแต่ปี 2014

 

                ทีมฟุตบอลหญิงสหรัฐอเมริกา จะกลับมาทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ในเวิลด์ คัพ ได้หรือไม่ เรื่องความเก่งกาจไม่ต้องพูดถึง เพราะสาวมะกันไม่ธรรมดาอยู่แล้ว เพียงแต่พวกเขาจะสามารถเค้นฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาได้หรือไม่ และดีพอจะคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ได้หรือไม่ ต้องติดตาม

 

โดย ณ เวลานี้ จากการจัดอันดับโลกล่าสุดของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า สหรัฐอเมริกา อยู่ในแรงกิ้งอันดับที่ 2 ของโลก มี 2158 แต้ม ตามหลัง เยอรมนี อันดับ 1 ของโลก เพียง 10 แต้มเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่  2 ชาตินี้ มักจะแย่งกันครองอันดับ 1 ของโลกอยู่เป็นประจำในช่วงหลังๆ 

 

ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ที่ประเทศแคนาดา “FIFA Women’s World Cup Canada 2015” จะเริ่มฟาดแข้งกันตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย. ถึง 5 ก.ค.58 เชิญแฟนบอลร่วมส่งแรงใจเชียร์ทีมบอลหญิงทีมชาติไทยในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

 

เตรียมพบกับการถ่ายทอดสด, ไฮไลท์, อัพเดตข่าวสารทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย และผลการแข่งขันของฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก “FIFA WOMEN'S WORLD CUP CANADA 2015” ได้ที่ www.bectero.tv ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.เป็นต้นไป “ลุ้นเชียร์ไทยในบอลโลก”