แชร์โพสนี้

จากกรณีที่เชสเตอร์ เบนนิงตัน นักร้องนำของวงดนตรีชื่อดัง Linkin Park ตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอในบ้านพักเมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาในไทย ช็อกแฟนเพลงที่ติดตามผลงานทั่วโลก กระทั่งมีการเปิดเผยว่านักร้องดังคนดังกล่าวมีอาการของโรคซึมเศร้า ต่อมาพิธีกรชื่อดัง “พล่ากุ้ง” ได้ออกมาวิจารณ์ว่านักร้องคนดังกล่าวไม่ควรเลือกวิธีการนี้ในการแก้ปัญหา จนนำมาซึ่งเสียงวิจารณ์จากสื่อสังคมออนไลน์ถึงความไม่เข้าใจในอาการของโรคซึมเศร้าของพิธีกรชื่อดังนั้น

คุณพล่ากุ้ง ซึ่งเป็นต้นเรื่องระบุว่า เมื่อได้ทราบข่าวการฆ่าตัวตายตอนแรกก็คือตกใจ เสียใจ อาจจะไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้แต่ก็เคยติดตามผลงานของวงนี้มาบ้าง ก็คิดว่าถ้านักร้องนำของวงดนตรีวงหนึ่งฆ่าตัวตายเพื่อนในวงจะรู้สึกอย่างไร พร้อมทั้งเคยเรียนมาว่าศาสนาพุทธสอนเรื่องการฆ่าตัวตาย โรคซึมเศร้ารู้จักแต่ผิวเผินมาก ซึ่งเมื่อโพสออกไปครั้งแรกมีการโพสเข้ามาก็โดนวิจารณ์อย่างหนัก ก็เลยอารมณ์ขึ้น เลยโพสไปเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งผลตอบรับแย่กว่าเดิม แล้วพอเห็นคอมเมนต์ที่หลั่งไหลมา อารมณ์ก็ดิ่งลงเรื่อยๆ จนมีแว้บนึงคิดฆ่าตัวตายเองด้วยซ้ำ แต่ต่อมาพอได้คุยกับจ่าพิชิต (เจ้า่ของเพจ Drama-Addict) ก็ได้รู้ว่ามันเป็นสารเคมีในร่างกาย จึงโพสขอโทษ

ส่วนการลบโพสคาดว่าจะลบในคืนนี้ เพราะตอนแรกคิดว่าการลบโพสจะทำให้คนอื่นรู้สึกว่าตนไม่รับผิดชอบ แต่ตอนนี้คิดว่าถ้าเป็นความเข้าใจที่ผิดก็ไม่ควรปล่อยทิ้งเอาไว้

นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ โฆษกกรมสุขภาพจิต ระบุว่า มีคนที่ไม่เข้าใจโรคนี้ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แม้แต่หมอก่อนจะเรียนมาก็ไม่เข้าใจ หากได้ศึกษาข้อมูลมาเราจะเข้าใจ โรคซึมเศร้านี่ไม่ใช่ความเศร้าธรรมดา ถ้าเศร้าธรรมดาก็จะควบคุมได้ แต่โรคซึมเศร้าไม่ใช่  กรณีคุณพล่ากุ้งที่บอกว่าเห็นคอมเมนต์แล้วอารมณ์ดิ่งจนคิดฆ่าตัวตายแวบหนึ่ง อันนี้คือความกดดันจนรับมือไม่ได้ คนทั่วไปบางคนฆ่าตัวตายก็ไม่ใช่เพราะซึมเศร้า แต่เป็นเพราะความกดดันจนรับมือไม่ได้และเกิดอารมณ์ชั่ววูบ หากไม่มีที่ยืนให้เขาเลยก็อาจจะนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้

โรคนี้ไม่ได้เห็นชัดเหมือนเป็นไข้ บางทีดูภายนอกไม่ออก บางทีเศร้านานกว่าปกติ บางทีไม่มีอะไรก็เศร้า เศร้าแบบควบคุมไม่ได้ มันหยุดไม่ได้ ถ้าเป็นไปเรื่อยๆมันจะมีปัญหาในชีวิตในการเรียน การทำงาน ถ้าเศร้าน้อยๆ อาจจะอยู่ในรูปแบบหน้าชื่นอกตรม กว่าคนอื่นจะเห็นว่าเศร้าผิดปกติแล้วก็คืออยู่ในระยะที่หนักมากแล้ว

เมื่อถามว่าต้องถึงขั้นไหนจึงควรไปหาหมอ นพ.อภิชาติระบุว่า คนที่เข้ามาปรึกษาแม้ว่าจะไม่ใช่โรคซึมเศร้า แต่เขาไม่มีความสุขแน่ๆ หากเขาพูดแล้วไม่ถึงขั้นคุมไม่ได้ แนะนำไปแล้วเขายังฟังอยู่ก็แสดงว่าอาจจะไม่ถึงขั้นซึมเศร้า แต่หากพูดแล้วยังไม่ดีขึ้น แก้ไขแล้วยิ่งเศร้าลง ก็ควรไปหาหมอ หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี 24 ชั่วโมง ขอให้ฟังเขา สังเกตเขา อย่าเพิ่งด่า บางทีการด่าอาจจะเป็นการไล่เขาไปตายเร็วขึ้น

ถ้าคนปกติที่ยังไม่ถึงขั้นซึมเศร้า การใช้อารมณ์ขันอาจจะช่วยได้ การทำบุญสงบจิตใจอาจจะช่วยได้ แต่ถ้าคนเป็นโรคซึมเศร้าจะไปล้อตลกกับเขาเขาไม่ตลกด้วยแล้ว เขาจะมองเรื่องต่างๆ ลบเกินจริง เขาไม่ได้อยากมองลบ แต่สารเคมีในสมองสั่งให้เขาเป็นแบบนั้น การไปวัดก็อาจมีทั้งคุณและโทษ บางทีอาจจะทำให้โรคแย่ลง คนไข้หมอมีทั้งพระ แม่ชี อาจารย์มหาวิทยาลัย นักกีฬา นักดนตรีก็เป็นได้ เป็นได้ทุกอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย เขาไม่ใช่คนอ่อนแอ คนไข้ของหมอคือคนที่พยายามเข้มแข็ง แต่ไม่ไหว คนไข้ของหมอถูกรางวัลที่ 1 ก็ไม่สุข

ปัจจุบันโรคนี้สามารถรักษาหายได้ และสำหรับหมอคิดว่าไม่ยากด้วย ยาปัจจุบันเราเยอะมาก ปลอดภัยมาก ไม่ติดด้วย การรักษาถ้ารีบมาเราสามารถรักษาเขาให้หายได้่ใน 1-2 เดือนด้วยซ้ำ ปัจจุบันการรักษาประกอบด้วยการใช้ยาประกอบการพูดคุยทำจิตบำบัด เป็นการพูดคุยแบบมีวัตถุประสงค์ สมัยนี้มียาให้เลือกเยอะ ปริมาณยาที่ควรจะให้เท่าไหร่แล้วไม่เบลอเราก็รู้

 “คุณเข้าใจโรคซึมเศร้าหรือไม่?” 
ความคิดเห็นจากผู้ชมรายการ ระบุว่า 69% เข้าใจ และ 31% ไม่เข้าใจ
—————————————————————————————————

ดีเบต (Debate) โต้เหตุผล ค้นความจริง

“ดีเบต เพราะเราเชื่อว่า เหตุผล และ ความจริง จะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น”

[ พิเศษสุด ] ผู้ชมสามารถร่วมดีเบตระหว่างออกอากาศสดในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ​​​ทางช่อง 3  และช่อง 33 HD เวลา 16.40 – 17.00 น. จันทร์ – ศุกร์ ผ่านทาง 3 ช่องทาง
1. Facebook @bectero.tv
2. YouTube.com @BECTERO.TV
3. Official LINE เรื่องเล่าเช้านี้
ผู้ดำเนินรายการ : ภาษิต อภิญญาวาท
ชมสดพร้อมกันผ่าน Facebook Live และ YouTube Live “BECTERO.TV”
และชมย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์  www.bectero.tv