แชร์โพสนี้

จากกรณี นายโสภณ โกสินทร์ อายุ 36 ปี พ่อค้าน้ำมันเก่า ที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับพนักงานภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ถ.สุขาภิบาล 5 ซ.17 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 60 เนื่องจากรู้สึกไม่พอใจที่ถูกห้ามสูบบุหรี่ ก่อนที่ ด.ต.ธวัช สายเสมอ อายุ 44 ปี ผบ.หมู่ ฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.สายไหม จะเข้าห้ามหลังจากได้รับแจ้ง และดึงกุญแจรถของนายโสภณไว้ขณะกำลังจะหลบหนี แต่กลับถูกทำร้ายร่างกายจนสลบไป ก่อนฟื้นมาพบว่าบัตรประจำตัวข้าราชการและโทรศัพท์ได้หายไป จึงวิทยุให้ช่วยสกัดจับ

ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายโสภณ พร้อมด้วย นายปกรณ์ ชูวงค์ อายุ 24 ปี , นายสิทธิชัย โสลุน อายุ 24 ปี และ นายรัตนเทพ ชัยปราณีเดช อายุ 21 ปี ไว้ได้ทั้งหมด แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงเข้ามาต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงบน สน.สายไหม อย่างไม่เกรงกลัว และยังตะโกนท้าทายกลุ่มอื่นๆที่ขับขี่รถผ่านมา ทำให้เกิดเหตุการชุลมุนขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่นายโสภณจะถูกรุมทำร้ายจนสลบไป

ทั้งนี้ เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่กับผู้ต้องหาทั้งหมด ส่วนนายรัตนเทพ ทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักทรัพย์เพิ่มอีก 1 ข้อหา ก่อนควบคุมตัวสงบสติอารมณ์ในห้องควบคุม สน.สายไหม

พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม ระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุมีจำนวน 5 คน ล้วนแล้วแต่มีอาการมึนเมา ซึ่งพยายามตรงเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งอยู่ในจุดเกิดเหตุรวม 4 คน หลังจากที่ประเมินสถานการณ์แล้วตนเองจึงต้องพยายามห้าม เนื่องจากทะเลาะกับประชาชนมีแต่ลบกับลบ เพราะยังไงก็ถูกมองว่าไม่ดีอยู่ดี และหากอารมณ์ร้อนเหตุการณ์จะยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิมอีก แต่ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ก่อเหตุก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะสงบลง ไม่ว่าเจ้าหน้าที่หรือทางครอบครัวจะพยายามห้ามก็ตาม

ต่อมากลุ่มผู้ก่อเหตุตะโกนหาเรื่องอีกกลุ่มหนึ่งที่ผ่านมา ทำให้เกิดเหตุชุลมุน ทั้งสองกลุ่มวิ่งขึ้นวิ่งลงสน. ขณะทะเลาะวิวาทกัน ทำให้เหตุการณ์เริ่มอยู่นอกเหนือการป้องกันหรือควบคุมของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ดีขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ทำร้ายร่างกายกลุ่มผู้ก่อเหตุ แต่กลับพยายามช่วยห้ามด้วยซ้ำ มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่อดทนและใจเย็นเสมอ

ด.ต.ธวัช สายเสมอ ผบ.หมู่ ป.สน.สายไหม เล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า ขณะเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทภายในปั๊มน้ำมันตามหน้าที่ โดยเริ่มจากการสอบถามข้อมูล แต่กลับถูกต่อยเข้าแทนการให้คำตอบ อาจจะเกิดจากการที่ตนเองยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปวีดีโอเหตุการณ์ เนื่องจากทางกลุ่มผู้ก่อเหตุมองว่าตำรวจเหมือนคู่กรณี ก่อนที่ทางผู้ต้องหาจะพยายามหลบหนี ตนเองจึงตรงเข้าดึงกุญแจรถไว้ก่อน ทำให้ถูกทำร้ายและเตะที่ก้านคอจนสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าบัตรประจำตัวข้าราชการและโทรศัพท์ได้หายไป

“ตำรวจรับมือสถานการณ์ได้เหมาะสมหรือไม่?” 
ความคิดเห็นจากผู้ชมรายการ ระบุว่า เหมาะสม 77% และ ไม่เหมาะสม 23%

 
—————————————————————————————————

ดีเบต (Debate) โต้เหตุผล ค้นความจริง

“ดีเบต เพราะเราเชื่อว่า เหตุผล และ ความจริง จะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น”

[ พิเศษสุด ] ผู้ชมสามารถร่วมดีเบตระหว่างออกอากาศสดในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ​​​ทางช่อง 3  และช่อง 33 HD เวลา 16.40 – 17.00 น. จันทร์ – ศุกร์ ผ่านทาง 3 ช่องทาง
1. Facebook @bectero.tv
2. YouTube.com @BECTERO.TV
3. Official LINE เรื่องเล่าเช้านี้
ผู้ดำเนินรายการ : ภาษิต อภิญญาวาท
ชมสดพร้อมกันผ่าน Facebook Live และ YouTube Live “BECTERO.TV”
และชมย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์  www.bectero.tv