แชร์โพสนี้

คนไทยหลายคนนิยมไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดเขาต่างๆ เช่นเดียวกับที่ฮาวาย ที่มีคนจากทั่วโลกขึ้นเขาฮาเลอาคาลา เพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้นในทุกๆ กันอย่างเนืองแน่น จนกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้อุทยานต้องออกมาตราการจำกัดคนขึ้นเขาดูพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า
 
ช่วงเช้ามืด นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างพากันขับรถออกมายังจุดสูงที่สุดของเกาะเมาวี ในฮาวาย นั่นคือภูเขาไฟฮาเลอาคาลาที่สงบแล้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างรอคอยชมความงดงามของดวงอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้าในทุกๆ เช้าด้วยตาของตนเอง
 
โดย ฮาเลอาคาลา มีความหมายว่า บ้านของพระอาทิตย์ ซึ่ง Polly Angelakis หัวหน้าฝ่ายสื่อและการศึกษา อุทยานแห่งชาติฮาเลอาคาลา บอกว่า พระอาทิตย์ขึ้นถือเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมชาวฮาวาย เพราะฮาเลอาคาลาเป็นสถานที่บูชาของชาวฮาวาย ชาวฮาวายจำนวนมากมาที่นี่เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น
 
การขึ้นเขาฮาเลอาคาลา นักท่องเที่ยวต้องขับรถเป็นระยะทางไกล สูงขึ้นมากว่า 3 กิโลเมตร ฝ่ากลุ่มเมฆมาจนถึงทิวทัศน์ของภูเขาไฟ ก่อนจะสวมเสื้ออุ่นๆ รอชมแสงสีส้มของดวงอาทิตย์ ที่นักท่องเที่ยวบอกว่า ดวงอาทิตย์ที่ขึ้นที่นี่สวยงามมากๆ และไม่มีทางได้เห็นวิวแบบนี้จากที่ไหนได้อีก
 
หลายปีที่ผ่านมา การชมพระอาทิตย์ขึ้นบนภูเขาไฟฮาเลอาคาลา ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่าพันคน ให้มารวมตัวกันบริเวณจุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติฮาเลอาคาลา ซึ่งคนเยอะย่อมมาพร้อมกับรถยนต์จำนวนมาก เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังเหยียบย่ำธรรมชาติที่มีความเปราะบาง
 
เพื่อจัดการปัญหานี้ ทางอุทยานฯ จึงเปิดระบบจองคิว เพื่อจำกัดจำนวนรถยนต์ที่จะขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นเพียงวันละ 150 คัน โดยเริ่มมาตรการนี้มาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
 
ส่วนคนที่มากับทัวร์ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอดชมพระอาทิตย์ขึ้น เพราะทางอุทยานแห่งชาติฮาเลอาคาลา เปิดให้จองล่วงหน้าได้ถึง 2 เดือน สามารถเข้าไปจองได้ที่เว็บไวต์ recreation.gov