นอกจากจะเป็นช่วงเวลาสำคัญของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ตอนนี้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญของ เมลาเนีย ทรัมป์ ภริยาคนสวยของของทรัมป์ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มตัว ชีวิตของเธอเป็นอย่างไรติดตามได้จากรายงาน
 
“เราขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อชาวอเมริกันหลายล้านคน ที่เชื่อในตัวสามีของฉัน เพราะชาวอเมริกันรู้ว่า เขาเชื่อมั่นในตัวคุณ เขาเชื่อมั่นในอเมริกา และเขาจะเป็นประธานาธิบดีที่น่าทึ่งที่สุดของสหรัฐฯ” นี่คือคำพูดที่ เมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พูดไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ในวันนี้ เมลาเนีย ทรัมป์ คือ เฟิร์สเลดี้ หรือสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา เคียงคู่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 45 อย่างเป็นทางการ
 
เมลาเนีย ทรัมป์ ในวัย 46 ปี มีชื่อเดิมว่า เมลาเนีย คนาฟส์ เธอเกิดและเติบโตที่เมืองเซฟนิกา ของสโลวีเนีย ในยุคที่ประเทศยังเป็นคอมมิวนิสต์ เมลาเนีย เริ่มเดินแบบมาตั้งแต่อายุ 16 ปี และโด่งดังมากขึ้นจากคว้ารางวัลที่ 2 ในการประกวด Look of the year โดยนิตยสารผู้หญิง Jana และเริ่มรับงานเดินแบบที่มิลาน ปารีส รวมถึงเมืองแฟชั่นแห่งอื่นๆ ทำให้เธอพูดได้ 6 ภาษา
 
ต่อมาในปี 2539 เมลาเนีย ได้ย้ายมาอยู่นิวยอร์ก ที่สหรัฐฯ และกลายเป็นนางแบบที่รู้จักกันในชื่อ มาเลเนีย คเนาสส์ 2 ปีหลังจากนั้นจึงได้พบกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ พ่อหม้ายหมาดๆ ในงานปาร์ตี้ที่แมนฮัตตัน ซึ่งทรัมป์เคยขอเบอร์เมลาเนีย แต่เมลาเนียไม่ให้เพราะทรัมป์แต่งงานแล้ว สุดท้ายทั้งคู่ก็แต่งงานเมื่อปี 2548 และมีลูกชาย คือ บาร์รอน ทรัมป์ ในปีถัดมา
 
ตั้งแต่ ทรัมป์ เข้าสู่เส้นทางการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นางเมลาเนีย ก็เก็บตัวเงียบไม่ออกสื่อ และวางตัวเป็นภรรยาที่คอยสนับสนุนสามี ซึ่งทรัมป์ เคยกล่าวยกย่องเธอในระหว่างการหาเสียง
 
นอกจากนี้ นางแมลาเนีย ต้องการเอาชนะความกังวลเวลาพูดในที่สาธารณะ ด้วยการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ถึงบทบาทการเป็นแม่และภรรยา ในระหว่างการประชุมใหญ่พรรครีพับลิกัน เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว แต่ปรากฎว่าเนื้อหาดันคล้ายกับสุนทรพจน์ของมิเชล โอบามา ที่เคยพูดไว้เมื่อปี 8 ปีก่อน
 
ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เธอได้เปิดเผยถึงเป้าหมายของเธอหากได้เป็นเฟิร์สเลดี้ เมลาเนีย กล่าวว่า “มันเป็นเกียรติของฉันที่จะได้รับใช้ประเทศนี้ ฉันจะสนับสนุนเรื่องสตรีและเด็ก” ทั้งนี้ ตำแหน่งสตรีหมายเลขหนึ่งไม่ได้ระบุลักษณะงานไว้ ไม่ได้มีหน้าที่อย่างเป็นทางการ ไม่มีเงินเดือน บทบาทหน้าที่จึงขึ้นอยู่กับผู้ที่มารับตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างมากต่อนางเมลาเนีย ทรัมป์
 
โดยอดีตหัวหน้าผู้ดูแล นางลอร่า บุช อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช มองว่า สตรีหมายเลขหนึ่งคนปัจจุบัน ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์
 
อนิตา แมคไบรด์ อดีตหัวหน้าผู้ดูแลนางลอร่า บุช กล่าวว่า “สิ่งหนึ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับงานของสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯคือ ทุกคนเขามาปรับเปลี่ยนคำอธิบายตำแหน่งนี้ มันจึงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการจะเป็น พวกเขาเป็นเจ้าของภาระหน้าที่นั้น ไม่ใช่คนอื่น”
 
“สตรีหมายเลขหนึ่งจะรู้สึกกดดัน และมีหน้าที่ต้องเป็นตัวแทนคนอเมริกันให้ได้อย่างสง่างาม ผ่านการพูด ผ่านการลงมือทำ และผ่านนมุมมองจากคนทั่วโลก และนำเสนอตัวตนออกมา แม้กระทั่งการแต่งตัวด้วย”
 
อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างการหาเสียง ด้วยบทบาทและภาพลักษณ์ที่ดีของ อีวานก้า ทรัมป์ ลูกสาวของทรัมป์ ดูโดดเด่นมากกว่านางเมลาเนียที่ต้องดูแลลูกชายวัย 10 ขวบ จนเธอถูกมองว่าเป็นเฟิร์สเลดี้ตัวจริง ซึ่งอีวานก้าได้ออกมายืนยันแล้วว่า เฟิร์สเลดี้มีเพียงคนเดียว คือ นางเมลาเนีย ทรัมป์
 
ทั้งนี้เคยมีกรณีที่ลูกสาว หรือพี่สาวน้องสาว เข้ามาทำหน้าที่ดูแลเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมเช่นกัน โดยอดีตหัวหน้าผู้ดูแลเฟิร์สเลดี้ ระบุว่า ต้องคอยดูกันต่อไป ว่าสมาชิกครอบครัวทรัมป์จะมีบทบาทอย่างไรในทำเนียบขาว
 

Comments

comments