แชร์โพสนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ สำหรับภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 5 เนื่องจากนักศึกษาและนักเรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมปลายแห่กันออกไปทำงานกันมากขึ้น
 
เว็บไซต์ Wall Street Journal รายงานว่า ศูนย์ให้บริการข้อมูลนักเรียนแห่งชาติ เปิดเผยตัวเลขผู้เข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ในช่วงเปิดภาคการศึกษาในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ มีจำนวนลดลงร้อยละ 1.4 โดยเหลือเพียง 19.01 ล้านคนเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงปี 2011 ที่มีจำนวนผู้เข้าศึกษาต่อสูงสุด ที่ 20.6 ล้านคน
 
จากรายงานระบุว่า ในจำนวนผู้เข้าศึกษาต่อทั้งหมดในปีนี้ ยังแบ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรี ที่มีจำนวนลดลง 1.9 % เหลือเพียง 16.3 ล้านคน ในขณะที่นักศึกษาระดับบัณฑิตวิทยาลัย (สูงกว่าปริญญาตรี) กลับมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น 1.5% หรือมีทั้งหมด 2.71 ล้านคน แต่โดยรวมแล้วพบว่านักศึกษาที่มีอายุมากกว่า 24 ขึ้นไป คือกลุ่มที่เลือกหยุดเรียนและออกมาทำงาน
 
เจมี่ เมริสโอติส ประธานและกรรมการบริหารมูลนิธิลูมิน่า หน่วยงานเอ็นจีโอที่ส่งเสริมจำนวนผู้เรียนต่อระดับวิทยาลัยกล่าวว่า  ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าค่าเงินเฟ้อ คือสาเหตุสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเรียนต่อของนักศึกษา โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษาใหม่ และมีรายได้น้อย ซึ่งอาจกำลังทบทวนและตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในการลงทุนศึกษาต่อในภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐในปัจจุบัน